Review Movie:Pompoko

posted on 23 Dec 2009 13:44 by ik-kiiu

 

 

 

 

 

 

 

 

2.00 PM

 

 

 

 

 

 

สวัสดียามบ่ายครับ

วันนี้ขอเอาเอนทรี่เก่ามาลง

เพื่อเป็นการย้อนรำลึกถึงแผ่นดีวีดีเรื่องนี้ที่เพิ่งให้รุ่นน้องยืมไป 

งั้นเชิญติดตามได้เลยครับ

^ ^"

 

 

 

 

.......................

 

หากมีใครมารุกล้ำบ้านของเรา

โดยที่เราและผองเพื่อนได้แต่สู้ด้วยการใช้ความพยายามอย่างที่สุดแม้ไม่เห็นทางชนะ

เราจะทำอย่างไร

และควรจะมีวิธีใดในการดำเนินชีวิตต่อไปถ้าผลออกมาไม่เป็นเฉกเช่นที่เราคิด



Pom Poko หนังดีอีกเรื่องของทางค่าย Studio Ghibi



ที่ตีตลาดหนังอนิเมชั่นให้ทั่วโลกได้รู้จักหนังการ์ตูนอีกแนวทางหนึ่งที่ไม่ธรรมดา

มีเจตนารมณ์ชัดเจนเกี่ยวกับการรักษ์ธรรมชาติ

และให้ตระหนักถึงผลกระทบทางด้าง สังคมนั้นส่งผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ดั้งเดิมอย่างไร

ผมดูหนังของทางค่ายนี้หลายเรื่องอยู่เหมือนกันเลยขอจำกัดความของทางค่ายดังที่ว่ามาครับ

เพราะทุกเรื่องจะแทรกข้อคิดให้เรารับรู้ถึงผลกระทบต่างๆ

และได้หยุดคิดว่าเราละเลยลืมสิ่งสำคัญอะไรบางอย่างในการใช้ชีวิตไปหรือเปล่า

หนังหลายๆเรื่องของค่ายนี้จะแทรกหลักคิดและปรัชญาตะวันออกออกมาชัดเจน

ด้วยการนำเสนอตัวการ์ตูนน่ารักๆและการออกแบบคาแรกเตอร์ที่สุดยอดมากไอเดียบรรเจิดสุดๆ

แต่เนื้อหาถ้าดูให้ดีๆนั้นหนักอึ้งและสร้างแรงฮึกเหิมให้เราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น

 

วันนี้เรามารู้จัก Studio Ghibi กันซักนิดนะครับ ข้อมูลอ้างอิงมาจากเวป วิกิพีเดียภาค ภาษาไทย

สตูดิโอ จิบลิ (「株式会社スタジオジブリ」, Kabushiki-gaisha Sutajio Jiburi, 株式会社スタジオジブリ?)

หรือในชื่อภาษาอังกฤษ Studio Ghibli Inc. เป็นสตูดิโอภาพยนตร์อะนิเมะของประเทศญี่ปุ่น

เคยเป็นส่วนหนึ่งของ โทคุมะ โชเท็น ภาพยนตร์อะนิเมะของสตูดิโอนี้เต็มไปด้วยจินตนาการ เข้าถึงอารมณ์

และได้รับความชื่นชมไปทั่วโลก

ชื่อ จิบลิ มาจากเครื่องบินตรวจการณ์ของประเทศอิตาลีที่ใช้ในทะเลทรายซาฮารา

ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง คำนี้มีที่มาจากคำในภาษาลีเบียนที่แปลว่า "ลมร้อนที่พัดผ่านทะเลทรายซาฮารา"

เปรียบได้กับ สตูดิโอที่พัดเอากระแสลมลูกใหม่ผ่านมายังอุตสาหกรรมอะนิเมะของญี่ปุ่น

โลโก้ของบริษัทจะมีแคแรคเตอร์ "โต๊ะโตะโระ" จากภาพยนตร์เรื่อง My Neighbor Totoro ประกอบอยู่ด้วย

ก่อตั้งในค.ศ. 1985 โดยผู้กำกับอย่างฮายาโอะ มิยาซากิ

ร่วมกับผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและพี่เลี้ยงอย่างอิซาโอะ ทาคาฮาตะ

และ ผู้จัดการฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสร้างที่มีผลงานมายาวนานอย่าง โทชิโอะ ซูซึกิ

จุดเริ่มต้นทั้งหมดต้องย้อนไปปี ค.ศ. 1983 ภาพยนตร์เรื่อง Nausicaä of the Valley of the Wind

ซึ่งได้รับความนิยมจากมังงะที่ตีพิมพ์ต่อเนื่องในนิตยสารอนิเมจ (Animage) ของ โทคุมะ โชเท็น

หลังจากบทดั้งเดิมถูกปฏิเสธ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการอำนวยการสร้างโดย ท็อปคราฟต์ (Topcraft)

และความสำเร็จของภาพยนตร์กระตุ้นให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มจิบลิ โทคุมะเป็นบริษัทแม่ของสตูดิโอจิบลิ

และให้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์กับ ดิสนีย์ ในการจัดจำหน่ายทั่วโลกถึง 8 เรื่องด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็น Princess Mononoke หรือ Spirited Away

 

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของมิยาซากิ Howl's Moving Castle

นำเค้าโครงเรื่องมาจากหนังสือของนักเขียนชาวอังกฤษ ชื่อ Diana Wynne Jones

ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในหลายๆ ประเทศ รวมทั้ง แคนาดา และสหรัฐอเมริกา

นักประพันธ์เพลงอย่าง โจ ฮิไซชิ

จะเป็นผู้แต่งเพลงประกอบให้กับภาพยนตร์ในสตูดิโอจิบลิของมิยาซากิทุกๆ เรื่อง

ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการชื่นชมมากที่สุดของสตูดิโอ

ไม่ได้กำกับโดยมิยาซากิ คือ สุสานหิ่งห้อย แต่กำกับโดย อิซาโอะ ทาคาฮาตะ

ภาพยนตร์โศกนาฏกรรมของสองชีวิตกำพร้าในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองในญี่ปุ่น

หลายปีที่ผ่านมามีความสัมพันธ์ใกล้ชิด

ระหว่างสตูดิโอจิบลิและนิตยสารอนิเมจดังจะได้พบได้จากบทความในเซ็คชั่นที่ชื่อ "Ghibli Notes"

อาร์ตเวิร์กจากภาพยนตร์ต่างๆ และงานอื่นๆ ของจิบลิมักจะได้ลงเป็นภาพปกของนิตยสารอยู่เสมอๆ

จิบลิมักเป็นที่รู้จักดีในนโยบาย "no-edits" ในสัญญาอนุญาตฉายภาพยนตร์ของพวกเขาในต่างประเทศ

ต้นตอก็มาจากการอัดเสียงเพิ่มเติมอย่างเสียๆ หายๆ

ในภาพยนตร์เรื่อง Nausicaä of the Valley of Wind ของมิยาซากิเมื่อครั้งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้

ได้เข้าฉายในสหรัฐอเมริกา (มันถูกตัดต่อและใส่ความเป็นอเมริกันเข้าไป)

ดังนั้นสัญญาการให้ลิขสิทธิ์ของ Princess Mononoke

มิยาซากิจะขีดเส้นใต้นโยบาย "no-editing" ไปในเอกสารทุกฉบับ

 

ก็เป็นบทความประวัติค่ายหนังนี้สำหรับผู้ที่สนใจนะครับ

มาว่ากันต่อถึงหนังเรื่องนี้กันนะครับ

Pom Poko ((「平成狸合戦ぽんぽこ」, Heisei Tanuki Gassen Ponpoko, 平成狸合戦ぽんぽこ?), "Heisei-era Raccoon Dog War Pom Poko"

หรือในชื่ออังกฤษว่า The Raccoon War)

ภาพยนตร์อะนิเมะที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1994 ของสตูดิโอจิบลิ กำกับโดย อิซาโอะ ทาคาฮาตะ

เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1960-1969 ในญี่ปุ่น

ฝูงตัวทานุกิ (หรือ "หมาแร็คคูน" ของญี่ปุ่น)

ถูกรุกรานจากการขยายที่ทำกินแถบเนินเขาทามะ, ชานกรุงโตเกียวโดยมนุษย์

ซึ่งต้องตัดต้นไม้ที่เป็นเหมือนบ้านและใช้พื้นที่ร่วมกับพวกมัน

การก่อสร้างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนถึงตอนต้นของยุค 90s

เป็นผลให้พื้นที่อยู่อาศัยและอาหารลดลงอย่างน่าใจหาย

ฝูงทานุกิเริ่มที่จะต่อสู้เพื่อรักษาบ้านของพวกมันเองไว้

พวกมันจึงตัดสินใจที่จะกระทำการต่อต้านมนุษย์ และหยุดการพัฒนาที่ดินเหล่านั้น

 

เรื่องราวคร่าวๆมีประมาณนี้ครับก็ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย ภาคภาษาไทยอีกเช่นเดิม

แต่ตัวหนังสร้างคาแรกเตอร์และเรื่องราวที่แทรกความสนุกสนาน

และขอแนะนำให้ดูช่วงคาแรกเตอร์ตอนทานุกิแปลงร่างออกมาเป็นรุปร่างต่างๆได้สุดยอดมากครับ

สำหรับใครที่ชอบผีญี่ปุ่นที่มีคาแรกเตอร์สุดโต่งสวยๆเท่ๆเรื่องนี้มีให้ดูครบครับ

ก็เป็นหนัง 1 ใน 2 เรื่องที่ผมดูแล้วน้ำตาซึมๆ เรื่องแรกคือการ์ตูนสงครามชีวิตโอชิน(ดูตอนประถม)

ส่วนเรื่องนี้ผมดูเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง อินครับ...........อินกับเนื้อหาในหนังมาก

กับเรื่องราวที่เหล่าแรคคูนได้พยายามสุดชีวิตและกลวิธีต่างๆเพื่อต่อต้านมนุษย์ไม่ให้มารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว

หนังเรื่องนี้ถึงจะมีสีสันสดใสและมีตัวการ์ตูนที่น่ารักแต่เนื้อหาหนักเอาการเกือบถึงขั้นรุนแรงเลยล่ะครับ

แต่มันทำให้เราซึมซับเจตนารมณ์ของหนัง

ที่สื่อออกมารุนแรงถึงการสูญเสียบ้านอันเป็นที่รักของเราได้อย่างโดนใจจริงๆครับ

และหนังค่อนข้างเรียลลิสต์ติกมากกับผลสรุปของหนังที่ไม่ได้สวยงามเสมอไป

เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ขึ้นหิ้งไปแล้วสำหรับผม

ขอแนะนำเลยครับไปหามาดูซะเถอะ

แล้วเอาไปให้คนที่ชอบบอกว่า "ดูการ์ตูนทำไม... ไร้สาระ(แต่ไปดูละครน้ำเน่าหลังข่าวดีกว่า)"

ไปดูว่าการ์ตูนมันก็มีข้อคิดดีๆ และมีสาระเต็มเปี่ยมเฉกเช่นตำราเล่มหนึ่งเหมือนกัน

ความรู้เราสามารถหาได้จากทุกที่ครับ

มันแล้วแต่ว่าเราจะสามารถหยิบข้อดีจากเรื่องราวที่เราได้รับรู้และประสบมาจากสิ่งที่มีอยู่รอบตัวเรามาใช้อย่างไร

ยังไงก็ขอให้ทุกท่านลองหาซื้อมาชมและมีความสุขกับการดูหนังนะครับ ^ ^