11-11-09

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

สวัสดีครับ

วันนี้เป็นวันครบรอบการจากไป 1 ปีของน้องชายที่บ้าน

เวลามันผ่านไปเร็วเหมือนโกหกจริงๆครับ

วันนี้ของเมื่อหนึ่งปีที่แล้วผมยังรู้สึกถึงไออุ่นจากตัวไอ้ดื้อมันอยู่เลย

และวันนี้ของปีที่แล้วเป็นวันที่ผมร้องไห้หนักที่สุดในรอบสิบๆปี

แปลกนะครับ 1 ปีผ่านไปแล้ว แต่ผมยังจำเหตุการณ์ของปีที่แล้วเหมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี๊นี้เอง

หากผ่านสิ้นเดือนธันวานี้ไป ไอ้ดื้อมันก็จะมีอายุครบ 14 ปีพอดี

นานนะครับ กับสัตว์เลี้่ยงตัวหนึ่งที่อยู่กับเราได้นานเป็นสิบปีขนาดนี้

 

ปกติผมเป็นคนอยู่ไม่ติดบ้าน

เดี๋ยวไปนู่นนี่ ไปสิงบ้านเพื่อนบ้าง ไปนอนอยู่ที่ตึกเรียนบ้าง หรือกลับโคราชเป็นเวลานานๆ

แต่ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านที่กทม.ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่าหรือบ้านใหม่

จะมีสิ่งหนึ่งที่ผมจะเจอทุกๆครั้งที่เดินเข้าใกล้เขตบ้าน

ไอ้ดื้อจะออกมากระดิกหางเอาขาหน้าเขี่ยประตู ส่งเสียงตื่นเต้นทักทายผมทุกๆครั้ง

ย้อนไปเมื่อสี่ปีที่แล้วที่เราย้ายบ้านใหม่ ผมถึงได้มีโอกาสพาไอ้ดื้อวิ่งซักที

ไอ้ดื้อมันจะดีใจมากที่จะได้ออกไปวิ่งมันจะส่งเสียง งี๊ดๆ และแสดงความตื่นเต้นทุกๆครั้งที่พามันออกไปนอกรั้ว

หลายๆครั้งผมมักจะแกล้งไอ้ดื้อ ด้วยการทำเป็นจะเดินไปเปิดประตู มันก็เริ่มพุ่งเอาหัวดันเพื่อจะออกไปให้ได้

แต่ผมไม่ใจดีขนาดนั้น ผมมักจะรีบปิดประตูเวลามันเอาหัวดันประตู

แล้วผมก็วอร์มอัพอยู่ในบ้านนั่นแหล่ะ รอจนมันหายดีใจ พอมันเผลอผมก็รีบพุ่งออกไปข้างนอกปล่อยมันไว้ในบ้าน

แล้วเดินนวยนาดออกหน้าประตูบ้านไป

ปล่อยให้มันเอาขาหน้าเขี่ยประตูและส่งเสียงงี๊ดๆอย่างนั้นซักครู่ ผมถึงพามันออกมาวิ่งซักที

เหตุการณ์มันเป็นปกติแบบนั้นในทุกๆครั้งที่ผมกลับบ้าน ผมก็มักจะพาดื้อวิ่งตอนเย็นอย่างสม่ำเสมอ

 

จนประมาณเดือน สิงหาคม เย็นวันหนึ่งที่ผมพาดื้อออกวิ่งเสร็จแล้ว ผมก็ขึ้นไปอาบน้ำ

พี่ชายผมกลับมาถึงบ้านก็จะพาดื้อออกไปเดินเช่นกัน

ที่บ้านผมอยู่กันสามพี่น้องครับ มีพี่ชายคนรองกับน้องสาว ทุกคนจะกลับบ้านเวลาไม่ตรงกัน

หากใครกลับมาอยากพาดื้อไปเดิน มันก็จะพร้อมออกจากบ้านเสมอ

พอพี่ชายผมจะพาไอ้ดื้อออกนอกประตู มันก็ทำท่าดีใจมากเหมือนทุกครั้ง

แต่ที่แปลกไปจากเดิมคือมันเดินแบบตัวสั่นๆแล้วก็ล้มทั้งยืน พี่ผมตกใจมากเลยเรียกผมไปดู

แต่ซักพักมันก็เป็นปกติแต่ตัวยังสั่นๆอยู่ ทุกคนก็ไม่เอะใจเพราะดื้อมันไม่เคยป่วยหนักๆเลยซักครั้ง

จนเมื่อผมหรือน้องสาวพามันไปเดิน พอเดินได้ซักครู่มันก็ล้มตัวลงนั่งหอบหายใจแรงมาก

เราปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ประมาณ 2อาทิตย์ ดื้อมันก็หอบและเหนื่อยง่ายเพิ่มมากกว่าปกติ

ที่บ้านจึงอุ้มดื้อขึ้นรถและพาไปโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชม.ใกล้ๆบ้าน 

 

นับตั้งแต่พาดื้อไปโรงพยาบาลสัตว์ร่างกายมันก็ทรุดมาโดยตลอด

ทั้งอึฉี่เป็นเลือด ทั้งหอบหนักๆ เคลื่อนไหวตัวน้อยลง นอนนานกว่าปกติ

ดื้อมันเป็นหมาโลกส่วนตัวสูงครับ มันจะไม่ถูกกับคนแปลกหน้าทุกชนิด และไม่เคยนอนที่อื่นนอกจากที่บ้านเลย

มีหนหนึ่งที่พาดื้อไปนอนโรงพยาบาลสัตว์ ขังมันไว้ในกรงห้องแคบๆ

ดูสายตามันเศร้ามากๆครับที่เราปล่อยมันไปนอนแปลกที่อย่างนั้น

พอบ่ายอีกวันผมไปเยี่ยม มันโทรมมาก จนผมคิดว่าไม่ไหวแล้วจึงให้พี่ชายขับรถพาดื้อกลับบ้าน

พอกลับบ้านอาการมันดีขึ้นและไม่หงอยเท่าสภาพที่ผมเห็นที่โรงพยาบาลสัตว์

อ้อ...ผมยังไม่ได้บอกสินะครับว่าดื้อเป็นโรคอะไร มันเป็นโรคหัวใจและเป็นเนื้องอกบริเวณจู๋มันครับ

แรกๆที่มันฉี่เป็นเลือดเราก็คิดว่าคงเป็นเพราะมันกินอะไรเข้าไปผิดไม่น่าเป็นโรคอะัไร

เพราะปกติเราจะให้หมอมาฉีดยา ฉีดวัคซีนอะไรทั้งหลายให้ดื้อเป็นประจำทุกๆปีอยู่แล้ว

แต่ไม่เคยพามันไปตรวจร่างกายเลยซักครั้ง

เพราะชั่วชีวิตดื้อเคยนั่งรถครั้งเดียวก็ตอนย้ายบ้านมาบ้านปัจจุบันนี้แหล่ะครับ

ทุกคนรู้ดีว่าดื้อมันจะพารานอยมากตอนที่มันขึ้นรถ ฉะนั้นเวลามันป่วยจะให้หมอมาที่บ้านอย่างเดียวเลย

ก็นับจากเวลาที่เราเห็นอาการมันตั้งแต่เดือนสิงหาจนพฤจิกายน คนที่บ้านก็ผลัดกันดูแลดื้อตลอด

รวมไปถึงพามันไปหาหมอ ช่วงนั้นที่บ้านไม่เป็นอันทำอะไรเลยครับ พอเย็นเลิกงานทุกคนก็จะรีบกลับมาดูดื้อ

ส่วนผมนั่งทำงานที่บ้านก็ลงไปดูดื้อเป็นพักๆ

เมื่อตอนที่มันฉี่เป็นเลือดจนมันแสบจนฉี่ไม่ออกแล้ว หมอก็บอกว่าให้ผ่าเอาเนื้อร้ายออกไหมแต่อัตราเสี่ยงสูง

เพราะดื้อเป็นโรคหัวใจแถมมันก็แก่พอควรแล้วแถมยังป่วยอีก ถ้าผ่ามันอาจตายก็ได้

ที่บ้านตัดสินใจว่าเอามันมาอยู่บ้านครับ เพราะถ้าจะผ่ามันต้องนอนในกรงที่โรงพยาบาลซึ่งมันทนไม่ได้แน่

เพราะมันนอนแค่คืนเดียวมันยังโทรมลงจนน่าใจหายถ้าให้มันนอนรอผ่า ผมว่ามันคงขาดใจก่อนแน่นอน

หลังจากที่เราตัดสินใจพามันบำบัดอยู่บ้าน

ด้วยการให้ยาสมุนไพรแทนยาปฎิชีวนะ ซัก 2 อาทิตย์ก่อนจะถึงวันนี้ของปีที่แล้ว

ดื้อกินอาหารน้อยลง แถมไม่ฉี่เพราะมันคงปวดมาก

ดื้อนอนนานขึ้นและลุกขึ้นเองไม่ค่อยไหว

จนบางครั้งผมและพี่ชายหรือน้องสาวต้องยกมันขึ้นนั่งและพยายามให้มันเดินในบ้านเพื่อให้มันไปขับถ่าย

จนถึงใกล้ๆวาระสุดท้ายของดื้อ ประมาณวันที่ 8 พฤศจิกายน มันก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้แล้ว

ผมซึ่งทำงานไม่เป็นเวลาก็จะหมั่นลงไปดูมันทุกๆ 3 ชม.ว่ามันเป็นยังไงบ้าง( พิมพ์ถึงตอนนี้น้ำตาซึม )

มาถึงตอนนี้ดื้อมันกินอาหารเองไม่ได้แล้ว

ต้องเอายาผสมนมหรือน้ำหวานใส่สลิ้งฉีดเข้าปากมันเพื่อให้มีสารอาหารอะไรตกถึงท้องบ้าง

ส่วนเวลาที่มันถ่าย เพราะว่าดื้อมันลุกไม่ไหวแล้วมันจึงนอนถ่ายไปอย่างนั้น

ถ้าใครอยู่ช่วงนั้นที่บ้านก็จะไปเช็ดตัวเช็ดคราบสกปรกให้จนสะอาด

 

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2551 10.00 น.

ผมลงไปป้อนยาผสมนม แล้วฉีดน้ำเปล่าให้ดื้อและลงไปเช็ดคราบสกปรกให้มันเหมือนทุกวัน

พอผมป้อนให้มันเสร็จผมก็เข้าบ้านไปล้างสลิ้งล้างถ้วยใส่นม

ซักพักไม่รู้ผมเอะใจอะไรไม่ทราบได้ ผมรีบออกไปหน้าบ้านตรงที่ดื้อนอน

มันสำลักน้ำที่ผมป้อนไป ผมตกใจและลงไปนั่งกอดมัน ซักพักมันก็กระตุกอย่างแรง สำลักน้ำซักครู่ แล้วก็นิ่งไป

13 ปีที่ชีวิตผมมีดื้ออยู่ในวงจรชีวิตมาโดยตลอด ผมไม่เคยเลี้ยงมันอย่างจริงจังตลอดเวลา

ส่วนมากจะเป็นพี่ชายและน้องสาวที่อยู่กับมันมาทั้งชีวิต ในตอนที่มันเกิดผมก็ไปนอนมหาลัย

แต่ในวาระสุดท้ายของดื้อ ลมหายใจสุดท้ายของดื้อกลับอยู่ในอ้อมกอดของผม

ในตอนนั้นผมไม่รู้ตัวหรอกว่าร้องไห้หนักขนาดไหน

รู้แต่ว่ามีโทรศัพท์เรื่องงานของรุ่นน้องเข้ามา ผมก็ดันกดรับ แล้วร้องไห้ใส่แบบไม่รู้เรื่องแล้วก็กดปิดไป

มาได้สติอีกครั้งตอนที่รุ่นน้องโทรมาอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจึงได้สติถึงจะพอคุยรู้เรื่องขึ้นมาบ้าง

 

หลังจากทำความสะอาดดื้ออีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายและหาผ้ามาห่อตัวดื้อไว้ ผมถึงโทรหาพี่ชายและน้องสาว

ทุกคนพอทราบข่าวก็ลางานกลับบ้านมาทันที

และพาดื้อไปเผาที่วัดแถวคลองเตยที่เขารับเผาสัตว์เลี้ยง ที่เราจัดหาเผื่อเอาไว้ซักระยะแล้ว

เราก็รอรับเอากระดูกดื้อมาฝังไว้ที่บ้านใต้ต้นไม้ที่มันชอบขุดดินลงไปนอนเป็นประจำ เพื่อให้ดื้ออยู่กับเราตลอดไป

แรกๆที่บ้านยังไม่มีใครชินหรอกครับที่สมาชิกในครอบครัวหายไป

ผมเองหลายๆครั้งยังเผลอตื่นลงเปิดประตูออกมาดูนอกบ้านเลยว่าดื้อเป็นยังไงบ้าง 

หรือเวลาเปิดประตูบ้านพวกเราจะระวังผลักประตูออกไป

เพราะปกติดื้อนอนนอกบ้านตรงหน้าประตู เวลาเราเปิดประตูเราจะค่อยๆเปิดเพราะดื้อมันจะนอนขวางอยู่ตรงนั้น

พอดื้อจากไปทุกคนก็ยังคงชินกับการค่อยๆเิปิดประตู และโผล่ไปดูว่าดื้อนอนอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า

ผมจำบรรยากาศที่บ้านช่วงเดือนแรกที่ดื้อจากไปได้เลยครับ เราคุยกันน้อยมาก

น้องสาวผมตาบวมไปทำงานทั้งอาทิตย์ พี่ชายผมเก็บอาการเก่งหน่อยก็แค่เงียบๆไป ทั้งบ้านเงียบกันมาก

เฮ้อ....พิมพ์มาถึงบรรทัดนี้  ผมก็หมดน้ำตาไปหลายหยด ขณะที่พิมพ์คิดถึงดื้อมากครับ

ก็ผ่านมา 1 ปีพอดีเป๊ะ แต่ผมยังรู้สึกเหมือนว่ามันไม่ได้จากไปไหนเลย

 

บทความวันนี้ผมพิมพ์เร็วมากครับ รวดเดียวจบเลย ไม่รู้ว่าจะมีใครอ่านหรือเปล่า

แต่ไม่เป็นไรครับ บทความยาวๆแถมยังเศร้าแบบนี้ถ้าไม่อ่านผมก็เข้าใจ

แค่เป็นวาระครบรอบ 1 ปีที่ผมจะได้รำลึกทบทวนถึงความหลังหลังจากพยายามจะไม่คิดถึงมานานแล้ว

ก็ขอฝากไว้นิดนึงครับ หากใครคิดจะเลี้ยงสัตว์จงให้ความรักมันอย่างเต็มที่ ดูแลมันอย่างดีที่สุด

จนถึงวันหนึ่งที่มันจากไปแล้วเราก็จะไม่เสียใจหรือมีอะไรติดค้างไว้ในใจเลยครับ

นอกเสียจาก สิ่งที่เดียวที่ยังคงเหลือเอาไว้

นั่นคือ.......ความคิดถึง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

นี่เป็นรูปชุดแรกและสุดท้ายที่ผมได้ถ่ายดื้อเอาไว้ ในวันหนึ่งที่ผมพาดื้อไปเดินเล่นในหมู่่บ้านครับ

รูปนี้เป็นหมาบ้านคนอื่นครับ ทั้งสองตัวประมาณว่าอยากออกมาเล่นกับไอ้ดื้อจัด

 

 

 

 

 

Photobucket

ดื้อมักจะตื่นตัวและกระตือรือล้นเสมอเวลาที่ได้ออกจากบ้านครับ

ส่วนใหญ่แล้วเหมือนดื้อมันพาผมไปเดินเล่นมากกว่า เวลามันสนใจอะไรทีก็จะลากผมตัวแทบปลิว -*-

 

 

 

 

 

 

 

 Photobucket

มาดูรูปโฉมดื้อในมุมเท่ๆกันนิดครับ รูปชุดนี้ถ่ายเมื่อสองปีก่อน

ต้องผูกโซ่ไว้ตลอดเวลาพามันไปเดินเล่นครับ ไม่งั้นมันพุ่งเฉียว เห็นอ้วนๆงี้วิ่งตามจับไม่เคยทันเลยครับ

 

 

 

 

 

Photobucket

ดื้อเป็นหมาเจ้าเล่ห์ เลือกกินสุดๆ ไม่ชอบเด็กและไม่ชอบเสียงดัง

เคยกัดตูดคนมาแล้ว 3 คน หมดค่ารักษา+ทำขวัญไปเป็นหมื่น

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เวลาใครมาบ้านจะชอบดื้อกันมากครับ

 

 

 

 

 

Photobucket

ดื้อเป็นหมาเกย์ ที่เวอร์จิ้นไม่เคยเสียบริสุทธิ์ให้ใคร

ที่ว่าเป็นหมาเกย์ สังเกตได้จากการที่ดื้อผ่านการกัดตูดมาแล้ว 3 คน

และสังเกตจากเวลาที่คนอื่นที่มันคุ้นมาบ้าน ถ้าหากเผลอมันจะชอบวิ่งมาดมก้น อ้อ..ก้นพี่พี่ของมันด้วยครับ

 

 

 

 

 

Photobucket

ดื้อเป็นหมาที่นอนกรนและแอบละเมอด้วย

มีอยู่หนหนึ่งในวันอากาศดีๆผมนั่งทำงานตอนดึก เกิดอยากนั่งเล่นกับดื้อเลยเปิดประตูมาหน้าบ้านกะนั่งคุยกับมัน

แต่ปรากฎว่ามันหลับไม่รู้เรื่องเลยครับ

ผมเลยนั่งมองมันอย่างนั้น ซักครู่มันกรน แถมละเมอ ร้องหงิงๆสลับขาไปมาซักพัก

ผมทนขำไม่ไหวเลยเอานิ้วอุดจมูกดื้อ มันทำท่าอึดอัดซักพักก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นมา แล้วทำหน้าตกใจ ผมก็ตกใจ

หลังทั้งสองตัว เอ้ย ทั้งผมและดื้ออึ้งนิ่งกันไปซักพัก

ผมก็เรียกไอ้ดื้อมานอนตักและเกาตัวมันเบาๆจนมันเคลิ้มหลับไป

 

 

 

 

 

Photobucket

ดื้อมักจะทำอะไรเปิ่นๆให้ที่บ้านฮาอยู่เสมอครับ 

ผมชอบแกล้งเวลากลับบ้าน แล้วผมมักทำทีเดินช้าผ่านหน้าบ้านแล้วเดินเลยไป

ดื้อมันก็จะทำหูตั้งแล้ววิ่งไปที่ประตูบ้านพร้อมส่งเสียงหงิงๆแปลได้ประมาณว่า" พี่จ๋าบ้านอยู่นี่พี่เดินเลยไปแล้วว"

พฤติกรรมอีกอย่างที่ฮามากเวลาที่ผมกำลังเดินมาถึงบ้านตอนที่มันกำลังหลับอยู่

มันจะได้ยินเสียงเดินแล้วสะดุ้งตื่นพร้อมๆกับเห่าใส่

พอผมเดินเข้ามาที่หน้าประตูบ้านยื่นหน้าไปมอง

มันถึงรู้ว่าเห่าผิดตัว มันก็จะฟอร์มหันหัวเห่าไปทางอื่นและค่อยๆลดวอลลุ่มลงแล้วนั่งขาไขว้ทำตาใสใส่ทุกครั้ง

 

 

 

 

 

Photobucket

13 ปีที่อยู่ด้วยกัน หากจะให้เล่าความทรงจำที่มีมาคงเล่ายังไงก็ไม่หมดหรอกครับ

 

 

 

 

 

Photobucket

คงไม่มีคำพูดใดแทนความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อดื้อได้

แต่มีอยู่ประโยคหนึ่งครับ ถ้าผมสามารถบอกกับดื้อได้ ณ ตอนนี้ ผมจะบอกกับดื้อว่า....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

Comment

Comment:

Tweet