นิยายรักสีฟ้า (1)

posted on 27 Oct 2009 00:26 by ik-kiiu

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

You're Only Lonely: J.D.Souther


WHEN THE WORLD IS READY TO FALL ON YOUR LITTLE SHOULDERS,

 

AND WHEN YOU'RE FEELING LONELY AND SMALL,

YOU NEED SOMEBODY THERE TO HOLD YOU.

YOU CAN CALL OUT MY NAME...WHEN YOU'RE ONLY LONELY,

NOW, DON'T YOU EVER BE ASHAMED, YOU'RE ONLY LONELY,

 

WHEN YOU NEED SOMEBODY AROUND ON THE NIGHTS THAT TRY YOU,

(REMEMBER) I WAS THERE WHEN YOU WERE A QUEEN,

AND I'LL BE THE LAST ONE THERE BESIDE YOU.

SO YOU CAN CALL OUT MY NAME...WHEN YOU'RE ONLY LONELY.

NOW, DON'T YOU EVER BE ASHAMED, YOU'RE ONLY LONELY,

 

WHEN THE WORLD IS READY TO FALL ON YOUR LITTLE SHOULDERS,

AND WHEN YOU'RE FEELING LONELY AND SMALL,

YOU NEED SOMEBODY THERE TO HOLD YOU.

SO DON'T YOU EVER BE ASHAMED, YOU'RE ONLY LONELY.

AH, YOU CAN CALL OUT MY NAME...WHEN YOU'RE ONLY LONELY,

 

WHEN YOU'RE ONLY LONELY...

AH, IT'S NO CRIME...DARLING, WE'VE GOT LOTS OF TIME.

AH, THERE'S NOTHING WRONG WITH YOU...

DARLING, I GET LONELY, TOO.

 

SO IF YOU NEED ME, ALL YOU GOTTA DO IS CALL ME.

YOU'RE ONLY LONELY

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ขอโทษค่ะ....ที่ตรงนี้มีใครนั่งไหมคะ"

 

 

 

 

 

นั่นคือเสียงแรกของเธอที่ผมได้ยิน

ผมเงยหน้าจากหนังสือพอกเกจบุ๊กเล่มเล็กๆที่ผมมักจะพกติดตัวเวลาเดินทางไกลอยู่เสมอ

 

"สาวน้อยร้านขายดอกไม้เฝ้าชะเง้อรอคอยชายหนุ่มที่แวะมาซื้อดอกไม้ร้านเธออยู่เป็นประจำ

แต่วันนี้ไม่ปรากฎเงาของชายหนุ่มร่างสูงกับเสื้อแจ็กเกตที่เห็นจนเป็นที่คุ้นตา

วันต่อมาเงาร่างของชายคนนั้นที่เธอคุ้นชินกับรอยยิ้มทักทายก็ไม่มีให้เห็น

หญิงสาวเริ่มกังวลและเริ่มคิดถึงความรู้สึกของตัวเองต่อชายหนุ่มคนนั้นหลังจากที่เขาหายหน้าไปหลายวัน

อะไรที่เราเคยชินทุกวัน จนเมื่อวันหนึ่งสิ่งนั้นหายไป

เราถึงจะเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกโหยหาอะไรบางอย่างที่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ"

 

 

เอ่อ...มีใครนั่งไหมคะ" เพราะเสียงเล็กใสๆเสียงนั้นที่ดังขึ้นมา

ทำให้ความลับในใจบางอย่างของหญิงสาวร้านขายดอกไม้ที่ผมกำลังจะได้รับรู้ไปพร้อมๆกับเธอต้องชะงักลง

 

"อ้อ...ไม่มีใครนั่งครับ จะนั่งก็ได้ครับ"

 

"งั้นไหมนั่งตรงนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ"

สิ้นเสียงขอบคุณ ไหม ชื่อของหญิงสาวที่ผมเพิ่งได้ยินจากปากของเธอเป็นครั้งแรก

เธอก้มตัวลง ยกเป้กับกระเป๋าเล็กๆของเธอขึ้นมาเพื่อจะวางบนชั้นเก็บของด้านบนเหนือที่นั่ง

 

"มาเดี๋ยวเราช่วย" กระเป๋าใบใหญ่2 ใบช่างดูไม่เข้ากับผู้หญิงตัวเล็กๆบอบบางเช่นเธอเลย

 

"เอ๊า อึ้บบบบ....หนักไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย"

"นี่กะจะย้ายสัมโนครัวไปเป็นเดือนเลยรึไงเนี่ย ฮ่าๆ"

คำแซวจากผมดังขึ้นมา

เพื่อลดความประหม่าและเพื่อสร้างความคุ้นเคยพร้อมๆกับที่ผมออกแรงยกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นวางบนชั้นเก็บของ

 

"บ้า!!" เสียงที่แสดงออกถึงความขวยเขินเล็กๆดังขึ้นเบาๆจากริมฝีปากน้อยๆของเธออีกครั้ง

 

หลังจากผมยกกระเป๋าเธอเก็บไว้บนชั้นเก็บของบนรถไฟชั้นสามเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เธอก็นั่งลงตรงที่ว่างที่อยู่ตรงข้ามกับที่นั่งของผม

 

"เรา เค นะ"

 

"เราชื่อไหมนะ ยินดีที่รู้จักเช่นกันค่ะ" หน้าเอิงอายเมื่อซักครู่เปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มร่าเริงตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

 

"เธออ่านหนังสืออะไรอยู่เหรอ เมื่อกี๊เรามาขัดจังหวะอะไรรึเปล่า"

 

"อ๋อ..หนังสือแปลของ โรเบิร์ต ฟูลกัมน่ะ ไหมรู้จักรึเปล่าล่ะ"

 

"เอ่อ..เราจำชื่อนักแต่งไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้ารู้เนื้อเรื่องย่อๆบางทีเราอาจจะคุ้นก็ได้นะ"

รอยยิ้มสดใสเกิดขึ้นบนใบหน้าเธออีกครั้ง

 

"แหะแหะ...เราก็เพิ่งอ่านเหมือนกัน จริงๆซื้อมาตั้งนานแล้ว มามีตติ้งเที่ยวนี้บังเอิญเราหยิบติดมือมาด้วยน่ะ"

 

"สนุกไหมล่ะ เค"

 

"ก็ดีนะ..หนังสือเล่มนี้เค้าเขียนถึงความรักแบบที่เราเห็นกันทุกวันแต่ไม่เคยสังเกตน่ะ"

"เป็นหนังสือที่กล่าวถึงความรักในรูปแบบต่างๆที่มองโลกในแง่บวกเป็นตอนสั้นๆ มันสั้นดีไงเราเลยชอบอ่าน"

คราวนี้เป็นผมเองที่ยิ้มแบบเขินๆบ้างเพราะผมแอบเขินตัวเอง

เพราะด้วยความที่เป็นคนอ่านหนังสือยาวๆไม่ได้ทำให้รู้สึกเขินตัวเองอยู่เหมือนกันเวลาได้เล่าความลับให้ใครรู้

 

" เหรอ..น่าสนใจดีนะ เค ยกตัวอย่างซักเรื่องได้ไหมล่ะเราอยากรู้ "

 

" หะหะ..จะดีเหรอ เดี๋ยวเราเล่าไม่สนุก หนังสือเค้าจะพาลให้ขายไม่ออกเอา "

คราวนี้ผมยิ้มแห้งๆเขินมากกว่าเก่าเพราะด้วยความที่ผมเพิ่งอ่านจริงๆ

แถมเป็นคนที่ย่อความไม่ค่อยเป็นซะด้วยสิเวลาเล่าอะไรทีชอบเล่ายาวจนจับใจความไม่ค่อยจะได้

 

"น่านะ...เล่าให้เราฟังหน่อย" เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

ปกติเพราะความที่ผมไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนต่างเพศมากนัก

ทำให้หลายๆครั้งผมมักจะหลีกเลี่ยงที่จะอยู่หรือพูดคุยกับเพื่อนต่างเพศอยู่เป็นประจำ

เพราะด้วยความอายและนิสัยส่วนตัวบางอย่างที่จะเขินหน้าแดงทุกครั้งเวลาได้มองหน้ากันตรงๆ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน....ผมไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงเขารู้สึกยังไงกับการมองหน้าผู้ชายที่เพิ่งจะรู้จักกันอย่างนี้

แต่ผมก็ยังคงยืนยันถึงความเป็นตัวเองได้และยังรู้สึกเหมือนเช่นเคยว่า...ผมเขิน

ไหมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมาก ผมก็เฉไฉหลบตาก้มลงหยิบน้ำเปล่าที่เสียบอยู๋ในเป้ที่ผมวางไว้บนพื้น

 

" กินน้ำไม๊ " ผมเปลี่ยนเรื่องเพื่อลดความเขินให้กับตัวผมเอง

 

" ขอบใจนะ เรายังไม่หิว แต่อยากฟังเรื่องจากหนังสือมากกว่า "

รอยยิ้มเธอเปลี่ยนไปอีกแล้ว.....จากยิ้มเขินตอนนี้เหมือนเธอยิ้มแบบเจ้าเล่ห์แบบคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

มาถึงตอนนี้ผมไม่เข้าใจจริงๆ

ทำไมผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักผู้ชายแปลกหน้าไม่ถึงชั่วโมงถึงได้ทำเหมือนว่าสนิทสนมกันมานานแบบนี้นะ

 

" อืม ก็ได้แต่ถ้าไม่สนุกก็อย่าว่ากันนะ "

 

" สาวน้อยร้านขายดอกไม้เฝ้าชะเง้อรอคอยชายหนุ่มที่แวะมาซื้อดอกไม้ร้านเธออยู่เป็นประจำ

แต่วันนี้ไม่ปรากฎเงาของชายหนุ่มร่างสูงกับเสื้อแจ็กเกตที่เห็นจนเป็นที่คุ้นตา

วันต่อมาเงาร่างของชายคนนั้นที่เธอคุ้นชินกับรอยยิ้มทักทายก็ไม่มีให้เห็น

หญิงสาวเริ่มกังวลและเริ่มคิดถึงความรู้สึกของตัวเองต่อชายหนุ่มคนนั้นหลังจากที่เขาหายหน้าไปหลายวัน

อะไรที่เราเคยชินทุกวัน จนเมื่อวันหนึ่งสิ่งนั้นหายไป

เราถึงจะเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกโหยหาอะไรบางอย่างที่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ "

 

ผมเล่าเรื่องจากเรื่องที่ผมเพิ่งอ่านไป

มันไม่ตรงซะทีเดียวหรอกครับ

เพราะมันเป็นการแปลความจากตัวหนังสือด้วยความเข้าใจของผมอีกที

 

" ว้าววว น่ารักจัง แล้วมันยังไงต่อล่ะ "แววตาที่แสดงออกถึงความอยากรู้ของเธอเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง

รอยยิ้มที่มาพร้อมดวงตาคู่นั้นมันสดใสซะจนผมแอบสบตามองไปด้วยเสียไม่ได้

 

" คือแบบว่า...เรากำลังจะอ่านถึงช่วงไคลแม็ก ไหมก็ทักมาพอดี... "

 

" อ้าว ว่าแล้วเราต้องรบกวนเคแน่เลย ไหมขอโทษด้วยนะ "

 

" เฮ้ยย...ไม่เป็นไร ดีซะอีกที่ไหมมาคุยด้วย นี่เรารอเพื่อนอยู่เลยนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลา คุยกับไหมก็เพลินดี "

ผมตอบไปแบบลุกลี้ลุกรนกลัวว่าเธอจะคิดว่าเธอมารบกวนผมจริงๆ

 

" ฮ่าๆ เราล้อเคเล่น เห็นเคเขินแล้วตลกดี "

อือม..สนุกมากใช่ไหมที่มาเล่นกับความเขินผมเนี่ย... แต่ก็นะ  ยอมได้

 

 

" ไหมๆๆพวกเรามาแล้วๆ...โหมาเร็วนะเนี่ย " เสียงของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งดังขึ้นมาจากท้ายโบกี้แทรกเข้ามา

 

 

" อ้าว กิฟ โบ ตุ่น กว่าจะมาได้นะพวกหล่อน นี่เรามานั่งรอตั้งนานแล้วเนี่ย "

ไหมลุกขึ้นหันไปทักทายเพื่อนกลุ่มใหม่

 

" อ้อ..นี่เค เราเพิ่งรู้จักกันพอดีที่นั่งตรงเคว่างเราเลยขอมานั่งด้วยน่ะ "ไหมบอกเพื่อนๆโดยที่ไม่มีใครถาม

เพราะไหมสังเกตจากสีหน้าสงสัยของกลุ่มเพื่อนไหมที่มีต่อผู้ชายแปลกหน้าอย่างผม

 

" สวัสดี...เราเคนะ " ผมตอบกลับไปแบบเสียไม่ได้

เมื่อเจอสายตาของผู้หญิงกลุ่มใหญ่ที่ยืนตะหง่านยืนยิ้มแปลกๆอยู่ตรงหน้า

ทำให้ความเขินของผมจากเดิมที่มีอยู่แล้วเพิ่มปริมาณขึ้นไปอีก

 

" แหม..ไหมร้ายนะยะมาแป๊บเดียวรู้จักเพื่อนผู้ชายเพิ่มซะแล้ว "

 

" บ้า...เราก็เพิ่งรู้จักเคนี่แหล่ะ ดีนะที่มีเค้าคุยเป็นเพื่อน รอพวกคุณนายตื่นสายกว่าจะเสด็จมาถึงนี่แหล่ะ"

 

" เออ เราลืมถามเลย เค อยู่ภาควิชาอะไรล่ะ คุยตั้งนานเรายังไม่รู้เลย "

ไหมถามผมขณะที่ผมนั่งม้วนตัวหน้าแดงเป็นนางอายอยู่

 

" เราเรียนวิจิตรศิลป์ "ผมตอบกลับไปแต่สายตาไม่ได้มองกลุ่มเพื่อนไหม

 

"เหรอ...นี่ไหมแล้วก็เพื่อนๆเรียน ID จ๊ะ "ไหมตอบแทนเพื่อนๆของเธอ

 

" ยินดีที่รู้จักนะ เคคคคคคคค "

เสียงสามสาวดังขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงแถมด้วยรอยยิ้มที่ผมแปลอารมณ์ออกมาเป็นตัวอักษรได้ลำบากนัก

 

" ยินดีครับ " ผมก้มหน้าเขินๆพร้อมยกมือจับหัวข้างหนึ่ง ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าทำแบบนี้ไปทำไม

 

" เอ่อ..เอางี้นะ ไหนๆเพื่อนไหมก็มาแล้ว งั้นเราไปนั่งรอเพื่อนที่อื่นดีกว่า "

ผมพูดออกตัวเมื่อเห็นสามสาวยืนมองผมมาซักครู่แล้ว

 

" อ้าว..ทำไมล่ะเค นั่งด้วยกันก็ได้ "ไหมพูดตอบกลับมาพร้อมๆกับสีหน้าที่แสดงออกถึงความเกรงใจ

 

" ไม่เป็นไร เพื่อนไหมกับไหมมากัน 4 คน ครบที่นั่ง 4 ที่พอดีเลย เดี๋ยวเพื่อนเรามาก็คงย้ายที่นั่งอยู่แล้วล่ะ "

ผมลุกขึ้นพร้อมก้มลงหยิบเป้ขึ้นสะพายพร้อมที่จะเดินหาเพื่อนผมในโบกี้อื่นๆ

 

" เค ไม่เป็นไรหรอกนั่งด้วยกันก็ได้ เดี๋ยวเรานั่งอีกฝั่งก็ได้ "

1 ในเพื่อนของไหมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความเกรงใจมากๆ

 

 

 

 

" เฮ้ยยย ไอ้เคมึงมานานยังวะ "ช่วงเวลาที่ผมลุกขึ้นยืนเพื่อจะลุกออกจากที่นั่ง

เสียงเพื่อนผมที่คุ้นเคยดังขึ้นมาช่วยชีวิต

 

 

 

" อ่ะ..สวัสดีครับ "เสียงเพื่อนผมเปลี่ยนโทนเสียงไป จากรุนแรงเป็นนุ่มละมุน เมื่อเห็นผมและสาวๆสี่คนยืนคุยกันอยู่

 

" เอ่อ..ผมมาตามไอ้เคน่ะครับ พอดีเพื่อนๆเพิ่งจะมาพร้อมๆกัน ผมเลยเดินหาเคกัน "

เพื่อนผมก้มหัวงึกๆงักๆพูดขึ้นมา พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่จับหัวตัวเอง....เอ่อ ไม่ทราบว่ามึงจะมาเขินทำไมวะ

 

" นี่ไง...มาพอดีเลย เห็นไม๊ไม่ต้องเกรงใจหรอก งั้นเราไปก่อนนะ "

ผมพูดขึ้นมาแบบเลิ่กลั่กเหมือนเด็กเพิ่งทำแจกันแตกแล้วโดนจับได้

 

" เหรอ...งั้นก็ได้ "

 

" อือม ยังไงก็ขอบใจนะเค ไว้เดี๋ยวค่อยคุยกัน "ไหมยิ้มตาหยีทักทายพร้อมโบกมือร่ำลาผม

 

" อืม............ไว้ค่อยคุยกันนะ " ผมตอบไหม

ยิ้มส่งกลับไปให้ไหมเช่นกันและยิ้มเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนๆของเธอด้วย

ผมสังเกตว่าไหมนั่งยิ้มเขินอยู่เล็กๆโดยที่เพื่อนๆนั่งหน้าตาแปลกๆอีกแล้ว

เหมือนเพื่อนๆไหมกำลังรอจังหวะว่าเมื่อไหร่ที่ผมเดินจากไปพวกเค้าจะเริ่มสอบสวนซะที

 

 

" ไว้เจอกันนะเคคคคคคคคคคค " สามสาวประสานเสียงกันดังขึ้นมาทันทีที่ผมเดินหันหลังเดินจากไป...เพื่อ -*-

 

 

 

 

 

" เฮ้ย เค น้องไหมนี่หว่า "เพื่อนผมถามด้วยเสียงตื่นเต้น

 

" เออ กูตาไม่บอด "ผมตอบกลับแบบยิ้มๆ

 

" นี่มึงไปขอเค้านั่งเหรอวะ "

 

" ป่าวว่ะ กูนั่งอ่านหนังสือรอพวกมึง เค้าเดินมาขอนั่งด้วยพอดี "

 

" ตอนแรกกูเงยหน้าขึ้นมาตกใจชิบหาย เจอไหมเดินมาคุยกับกู แม่งงง..หัวใจแทบวาย "

 

" เหี้ยย...กูว่าแม่งพรหมลิขิตว่ะ "เพื่อนผมเดินกอดคอผมไปพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นพอๆกับผม

 

" ไม่หรอก..........................................กูไม่รู้ว่ะ"

 

 

 

 

 

 

" "สวัสดีครับ ขอดอกไม้ช่อหนึ่งเหมือนเดิมครับ"เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมาอีกครั้ง

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือที่เธอนั่งอ่านเพื่อรอลูกค้ารายต่อไปที่จะแวะเข้ามาร้านของเธอ

หัวใจของเธอเต้นแรง พร้อมๆกับรอยยิ้มที่ขาดหายไปหลายวันได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง

เธอหยิบดอกไม้สีขาวที่เขาชอบมาซื้อรวบไว้เป็นช่อเดียว

ไม่มีคำพูดใดที่ดังขึ้นแทรกขณะที่เธอกำลังจัดดอกไม้รวมถึงชายคนนั้นกำลังยืนรอช่อดอกไม้อยู่

"นี่ค่ะ" เธอยื่นดอกไม้ให้แก่เขา

"ขอบคุณครับ" เขายื่นเงินส่งให้หญิงสาวและยื่นมือไปรับดอกไม้และส่งยิ้มเล็กๆให้กับหญิงสาว

เขาเดินหันหลังจากไป

หญิงสาวนั่งยิ้มและมองแผ่นหลังชายหนุ่มที่เดินห่างออกไปทุกที

เพียงแค่เธอได้ยินหนึ่งประโยคสั้นๆ

ที่เป็นบทสนทนาในการสื่อสารซื้อขายกันระหว่างเธอกับเขาดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ดอกไม้ที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำใสๆที่เธอฉีดเพื่อสร้างความชุ่มฉ่ำให้ดอกไม้

วันนี้กลับดูสดชื่นและดูเหมือนว่าในความคิดของเธอดอกไม้ตอนนี้ดูช่างบานสวยกว่าทุกวัน

เธอยิ้มอย่างนั้นอยู่คนเดียวและลุกขึ้นจัดดอกไม้และฉีดน้ำให้ดอกไม้ทุกดอก

เหมือนเช่นเคยทุกวัน

และกิจวัตรของเธอก็หมุนวนอยู่นั้น

เพื่อรอวันใหม่ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง "

 

 

 

มีตติ้งคณะได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากเทศกาลรับน้องหมดไป 1 เดือน

หัวลำโพงที่เป็นสถานที่นัดพบของชาวคณะทุกๆรุ่น

ที่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยเส้นทางรถไฟจุดหมายคือเชียงใหม่ก่อนจะต่อขบวนอื่นๆไปยังจุดหมายปลายทางอื่น

ผมแบกเป้ขึ้นรถเมล์มาถึงสถานที่นัดก่อนใครๆ

2 เดือนกับสถานศึกษาแห่งใหม่ทำให้ผมรู้จักเพื่อนต่างภาคมากมายหลายคน

จากกิจกรรมรับน้องที่เป็นกิจกรรมสร้างความคุ้นเคย

และสร้างความรู้จักให้กับเด็กต่างภาคได้มีโอกาสได้ทำความรู้จักกัน

ผมเห็นเธอครั้งแรกเมื่อตอนที่ผมกำลังเดินไปโรงอาหารของคณะและพวกเธอและเพื่อนก็กำลังเดินออกมาพอดี

เด็กน้อยลูกชายเจ้าของร้านข้าววัยกำลังซุกซน

ปั่นจักรยานถือไอติมผ่านตรงหน้ากลุ่มนักศึกษาสาวกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินลงมาจากโรงอาหาร

ด้วยความที่มือข้างหนึ่งถือไอติมมืออีกข้างหนึ่งจับแฮนด์จักรยาน

ทำให้เด็กน้อยทรงตัวไม่อยู่ ล้อขัดกับเนินกั้นทางทำให้รถล้มลง

เด็กน้อยล้มลงทำให้ไอติมในมือตกลงพื้น เด็กน้อยร้องไห้ด้วยความเสียดายไอติมมากกว่าอาการเจ็บของตัวเอง

เสียงร้องวิ๊ดว้ายดังขึ้นจากกลุ่มนักศึกษาสาวกลุ่มนั้น

มีผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาสาวเดินเข้าไปหาเด็กน้อย เธอย่อตัวลงจับหัวปลอบเด็กซักครู่หนึ่ง

เธอพูดอะไรกับเด็กน้อยบางอย่างแล้วเธอก็ลุกขึ้นวิ่งไปบนโรงอาหารซื้อไอติมเดินถือมาให้เด็ก

เด็กน้อยหยุดร้องไห้และลุกขึ้นวางจักรยานไว้ข้างทางและยิ้มไปกินไปอย่างมีความสุข

หญิงสาวคนนั้นนั่งกับเด็กน้อยซักครู่จนเด็กยิ้มได้ เธอก็ลุกขึ้นวิ่งตามเพื่อนที่กำลังรอเธออยู่ตรงทางเดิน

หญิงสาวคนนั้นหันหน้ายิ้มกลับมาและโบกมือให้เด็กน้อย

เด็กน้อยยิ้มตอบและโบกมือข้างที่ถือไอติมให้หญิงสาว ....

 

ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของผมทั้งหมด

ผมหยุดยิ้มยืนดูอยู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในหัวใจ

ผู้หญิงในชุดนักศึกษาสีขาวกระโปรงยาวคร่อมข้อเท้า

กับรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่นั้นทำไมมันช่างดึงดูดสายตาเราเหลือเกิน

ผมเคยเห็นเธอมาบ้างบางครั้งในคณะ เธออาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยมาก

ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงหมวยขาวตัวเล็กๆดูเรียบๆ ทำให้ผมไม่เคยสะดุดตาเธอเลย

แต่ทว่า..ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นที่เกิดขึ้นหน้าโรงอาหาร

เธอก็เริ่มมีตัวตนที่เด่นชัดขึ้นมาทั้งในความคิดและความรู้สึกบางอย่างในใจของผม

ตั้งแต่นั้นเมื่อผมเจอเธอหรือเห็นเธอโดยบังเอิญ ผมก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองเธอ สังเกตเธออยู่เป็นระยะ

เวลาเจอเธอไม่ว่าเธอจะอยู่กับใคร เธอมักจะยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ

จนมาวันหนึ่งผมจึงได้รู้จักชื่อเธอจากเพื่อนที่เรียนอยู่ภาควิชาเดียวกับเธอซักที

ถ้าอยากให้เปรียบความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอ ณ เวลานั้น เปรียบให้เห็นภาพแทนความรู้สึกว่าเป็นอย่างไร

ณ ตอนนั้นผมอยากเป็นสายลม อยากเป็นอากาศที่วนอยู่รอบๆตัวเธอ

อยากที่จะรู้ว่าเธอใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง

เธอกินข้าวด้วยอะไรทำไมเวลาเธอจะทำอะไร บรรยากาศรอบตัวเธอมันถึงดูช่างอบอุ่นและสดใสเหลือเกิน

 

 

ผมเดินแบกเป้เดินดุ่มไปเรื่อยๆเพื่อหาชานชาลาที่รุ่นพี่ในคณะนัดแนะกันไว้

เป้และกระเป๋ากองเรียงรายกันอยู่ให้เห็นเป็นจุดสังเกตที่เห็นได้แม้จะมองมาจากที่ไกลๆ

รุ่นพี่ถือโทรโข่งคุยส่งเสียงผ่านไมค์เพื่อจัดระเบียบและเช็คความเรียบร้อยของเสบียงที่ทางคณะจะต้องขนไป

ผมเดินมาถึงขบวนรถไฟเงยหน้าขึ้นไปเจอกับแผ่นป้ายเก่าเปื้อนสนิมที่สกรีนตัวหนังสือว่า กรุงเทพ-เชียงใหม่

ดูจากป้ายที่เก่าและมีริ้วรอยมากมาย เจ้าแผ่นป้ายคงผ่านอากาศผ่านเรื่องราวของผู้โดยสารในแต่ละวันมามากมายแล้วสินะ

ผมก้าวขึ้นบันไดรถไฟและเดินหาเพื่อนร่วมภาควิชาจากท้ายโบกี้

เดินผ่านและทักทายเพื่อนต่างคณะที่พอรู้จักคุ้นเคยกันบ้าง

บ้างนั่งหลับบ้างแนะนำตัวคุยกับเพื่อนใหม่

บ้างเป็นรุ่นพี่ในชั้นปีต่างๆนั่งกินขนมคุยกันเสียงดังสนุกสนาน

ผมเดินหาจนทั่วตั้งแต่ท้ายโบกี้จนหัวขบวนไม่เจอเพื่อนกลุ่มที่นัดแนะกันเลย

ผมชะโงกออกนอกประตูรถไฟอีกครั้งหนึ่งเพื่อมองหาเพื่อนที่เรานัดกันไว้

สายตาผมจับจ้องไปที่ทางเข้าชานชาลาโดยบังเอิญ

 

ไหมกำลังเดินเข้ามาที่ชานชาลาพร้อมๆกับผู้ใหญ่คู่หนึ่งและเด็กผู้ชายตัวเล็กๆเดินช่วยแบกกระเป๋ามา

น่าจะเป็นพ่อแม่ของเธอและน้องชายที่มาส่งเธอที่นี่

ผมหยุดยืนแอบมองจากริมประตู จนเมื่อเธอร่ำลาที่บ้านของเธอเป็นที่เรียบร้อย

เธอเดินลากกระเป๋าสองใบค่อยๆเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

ผมสังเกตจนมั่นใจว่าเธอกำลังจะเดินขึ้นที่โบกี้ไหน

ผมรีบเดินฝ่าฝูงคนบนขบวนไปให้ถึงประตูที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินขึ้นให้เร็วที่สุด

เก้าอี้ตู้ที่ไหมกำลังขึ้นมามีที่ว่างอยู่ฝั่งหนึ่ง ผมรีบพุ่งตัวลงนั่งอย่างเร็วที่สุดก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นมา

ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นผมทำแบบนี้ทำไม ทั้งๆที่เธออาจจะไปนั่งที่อื่นก็ได้แต่สองขามันไวกว่าความคิดไปแล้ว

มารู้สึกตัวอีกทีผมก็นั่งแอบอยู่ริมหน้าต่างด้านที่ว่างฝั่งหนึ่งไปเสียแล้ว

ผมชะโงกออกไปนอกริมหน้าต่างเพื่อดูว่าเธอก้าวพ้นจากบันไดขึ้นมาแล้วหรือยัง

ผมไม่เห็นเธอแล้ว....

ผมหยิบหนังสือที่พกไว้ติดเป้อยู่เสมอขึ้นมา

และเปิดหน้าหนังสือที่ผมคั่นเอาไว้หลังจากที่เคยอ่านค้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ขอโทษค่ะ....ที่ตรงนี้มีใครนั่งไหมคะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 Photobucket

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 Photobucket

 

 

 

Photobucket

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แอบอิน

สนใจไปแต่งหนังสือขายซักเรื่องมั้ยค้า??

555

#78 By [[E-นู๋นุ่น]] on 2010-07-03 12:02

มาเอาชื่อเพลงไปโหลดอ่ะ ลุงอ้วน

#77 By อะ ลิล บิท (58.8.86.169) on 2009-11-08 14:03

น่ารักดีนะคะ.. big smile


นายเคมีความสุขไปแล้ว,,
ขอให้คนแต่งมีความสุขเหมือนกัน



ลั้นลาทุกวันค่ะ

#76 By ป่ า น ,, on 2009-11-06 23:07

อร๊ายย
น่ารักอั๊กๆ

#75 By pakazite on 2009-10-29 22:05

big smile a aweet remember จริงๆด้วย
อ่านไปเรื่อยๆ กรุ่นๆ หอมหวานๆ ดีน่ะ
.
.
ยิ่งเพลงและภาพทำใจฉันเต้น ตึงตัง
ยังอยากฟังเพลงนี้อยู่อย่างนั้น big smile

#74 By ChayaLively on 2009-10-29 21:31

มาอ่านแบบละเอียดอีกหนึ่งรอบ

เพื่อไปอ่านต่อไป


#73 By tae_moship on 2009-10-29 20:17

โหหหห พี่กิ้ว เขียนซะหวานเชียวววววววว embarrassed

น่ารักดีอ่ะ น้องอ่านแล้ว ก็ ยิ้มตลอดเลยแหะ big smile

ชอบอ่ะ ส่วนรู้ก็เข้ากับเรื่องจังพี่กิ้ว cry cry cry

Hot! Hot! Hot!

#72 By j-di on 2009-10-29 16:49

อ่านแล้วยิ้มตลอดเลยครับ
ใส ๆ ง่าย ๆ อ่านสบาย

รูปภาพยังสุดยอดเหมือนเดิมครับ..big smile big smile big smile

#71 By kriangkrai on 2009-10-29 08:18

กลับมาอ่านแล้วค่ะ
น่ารักจังเลย
แอบลุ้นต่อๆ
ปล.รูปสวยเพลงเพราะจริงจังsurprised smile

#70 By [[ FunGi ]] on 2009-10-28 19:13

พี่ไม่ผอม

#69 By บ้านอาศรม (125.26.52.112) on 2009-10-28 06:47

แว๊กกก
มาเปิดเจอตอนตีสาม
ขอติดไว้ก่อนนะคะ
แล้วจะตื่นมาอ่าน
surprised smile surprised smile surprised smile

ปล. เย่ๆ ที่ 68

#68 By [[ FunGi ]] on 2009-10-28 03:42

ชอบ ๆ และเป็นไงต่อ ๆ

http://championsvii.exteen.com/

ฝากด้วยนะครับ

#67 By Champ 7th on 2009-10-28 01:38

นิยายรักสีชมพู...
มาช้า แต่ก็อ่านจนจบsad smile

"ณ ตอนนั้นผมอยากเป็นสายลม อยากเป็นอากาศที่วนอยู่รอบๆตัวเธอ

อยากที่จะรู้ว่าเธอใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง

เธอกินข้าวด้วยอะไรทำไมเวลาเธอจะทำอะไร บรรยากาศรอบตัวเธอมันถึงดูช่างอบอุ่นและสดใสเหลือเกิน"

อ่านแล้วเขินเลย แสดงว่าหลงรักสุดๆ เอ่อ เรื่องจริงรึเปล่าคะนี่confused smile confused smile confused smile

#65 By fiothiel on 2009-10-27 23:52

เจ้าเล่ห์ จอมวางแผน เหมือนตัวเองเดี๊ยะเลยนะ n__nquestion

#64 By nust (125.26.52.65) on 2009-10-27 21:43

เนื้อเรื่องอ่านเพลินดีนะ ต่อเร็วๆๆนะ จะมาเม้นต์ใหม่

#63 By เจเจ (202.139.223.18) on 2009-10-27 20:43

sweet remember จริงๆ ค่ะ big smile

#62 By ไผ่ลู่ลม on 2009-10-27 20:23

เรื่องน่ารักดี

แต่งเองใช่มั้ยพี่



แต่ชอบภาพดอกไม้จัง

บีจีสีฟ้า

ชอบๆ


รอภาคต่อนะ


น่าจะวาดภาพประกอบด้วยเนอะ

วาดภาพประกอบ

พร้อมเขียนเรื่องสั้นๆ


น่าจะขายได้ด้วยล่ะ

จะซื้อคนแรกเลย

confused smile

#61 By tae_moship on 2009-10-27 20:10

Hot! Hot! Hot! Hot! ยาวแต่ไม่สามารถหยุดได้เลย ชอบมากๆๆๆๆ

ผมรู้สึกถึงหนังเรื่อง BE WITH YOU ครับ ความจี๊ดเมื่อรู้ความจริงมันช่างรุนแรงเหลือเกิน

กลับมาฟังเพลง อืมมมม ตายไปเลยจริงๆ

#60 By Seam - C on 2009-10-27 18:21

แอบซึ้งค่ะ confused smile

ชอบรูปท้องฟ้ารูปแรกสุดค๊าบบ

#59 By ★+TIARIN ~..* on 2009-10-27 17:57

กรี้ดๆๆๆๆๆๆ ตาเค...แหมๆๆๆ..

แต่ก็น่ารักจังค่ะ..ไหม เค big smile
confused smile น่ารักดีค่ะ อ่านเพลินเลย
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

#57 By MoMo on 2009-10-27 16:27

หวานมากกก รูปเข้ากับเรื่องมากเลยอ่ะ
รักน่ารักๆ ไม่หวือหวา แหล่มไปเลยคะพี่กิ้ว open-mounthed smile

#56 By elRion on 2009-10-27 15:50

ยาวมาก อ่านตาลายเลย
แต่มาตาลายกว่า ตรงคุณเกี๊ยงกะคุณโลกมืดนี่เองconfused smile confused smile

#55 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-10-27 14:20

สดใส และสดสวยอีกแล้วHot!

#54 By imamwa on 2009-10-27 14:03

โอ๊ย หวาน น น น ซะเหลือเกิน

เลี่ยนค่ะ 5555

#53 By memorable on 2009-10-27 13:18

ว่ะ ว่ะ ว้าวววววววว

#52 By LungDeng on 2009-10-27 09:57

อ่านแล้ววววว...พระเอกนี่ร้ายนะคะ...ว่าแต่แต่งมาจากเรื่องจริง อ๊ะเปล่าเนี้ยยย

หรือเป็นเรื่องจริงที่เอามาแต่ง...

เหอๆๆๆ big smile big smile big smile

#51 By Nart on 2009-10-27 09:56

ที่ 50big smile

#50 By Nart on 2009-10-27 09:49

มาทักคนที่ชอบขึ้น Hot! หน่อย 5555
เราเข้ามาดูบ่อยแต่ไม่ได้แม้นนะ มะได้หายไปไหนหรอก
แต่ก่อนหน้านี้หายไปจริงๆๆแบบว่าไม่ได้เข้าเลยอะsad smile

#49 By __ลิงย้วย__ on 2009-10-27 08:14

ไปทำงานก่อน

เย็นๆมาอ่าน

sad smile

#48 By tae_moship on 2009-10-27 08:08

น่ารักจังเลยค่ะ...

รออ่านตอนต่อไปนะคะ..
big smile open-mounthed smile confused smile

#47 By 12345 on 2009-10-27 08:06

รีบอัพต่อไวไวน้า....


surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile

#46 By TaNYa ~ PoNd on 2009-10-27 08:01

อ่านแล้วอดยิ้มกับตัวอักษรคุณกิ้วไม่ได้เลยนะคับเนี่ย confused smile

#45 By Rin-Kung on 2009-10-27 07:52

Hot! ยาวมาก แต่อ่านจนจบเลย
ชอบจังเลยอ่ะ ผู้ชายจัดฉาก
มีรับน้องรถไฟแล้ว
ตอนต่อไปจะมีลูกช้างขึ้นดอยป่ะ
ตอนต่อไปของน้องไหมกับน้องเค(ผู้ชายจัดฉาก)
555555555555555

ขำคุณโลกมืดกับเด็จเพื่อนเกี๊ยง อีกหน่อยคงผอมกันเพราะวิ่งแข่งกันเป็นที่ 1

#44 By จอมบงการ on 2009-10-27 07:05

กว่าจะอ่านจบ

นี่เรื่องจริงหรือนิยายเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า

เนียนได้อีกนะ แต่เนื้อเรื่องก็น่ารักดี แม้พระเอกจะเขิน

เวอร์ไปนิด confused smile

#43 By บินสูง on 2009-10-27 06:42

กี๊ดดดด โรแมนติกจังเลยค่ะ..cry

#42 By Kiss The Rain on 2009-10-27 06:42

ปล2.

จขบ.เพื่อนน้อย

/me ขำก๊ากก

#41 By หมอก on 2009-10-27 05:09

/me เลื่อนดูคอมเมนต์ ทำไมมันแปลก ๆ
ราวกับเปิด chat box คนนอนดึก (ก๊ากก)

อูวว นิยายรัก
พี่กิ้วแต่งนิยายรักด้วยแฮะ *[]*!!
(ทางนี้ไม่สันทัดนิยายรัก 555 อ่านได้ แต่ไม่สามารถแต่งได้ orz...)
เรื่องาราวน่ารักมาก ๆ เลยค่ะ ไม่หวือหวาเป็นธรรมชาติดี >w<b!!
ที่ติดใจมากกว่านั้นคือภาพสวย เข้ากับเรื่องราวยิ่งนัก

ปล. ตั้งใจอ่านมากเลยนะเนี่ยเอนทรี่นี้~~

#40 By หมอก on 2009-10-27 05:08

หือ ยาวเหยียด
อ่านไม่ไหวแล้วคืนนี้
นอนดีกว่า
ทำไมเรื่องราวมันคุ้นๆมากเลย แหะๆ

เหมือนเรื่องราวของพี่ชายคนหนึ่ง...

แอบชื่อเหมือกันด้วยอะ

#38 By ป้าแอ๊นจ้า on 2009-10-27 04:03


^
^
พี่ก็ว่า

#37 By freeda on 2009-10-27 02:12

เค้าไปนอนกันหมดแล้วล่ะค่ะดาวว่า -_-"

#36 By cherrykids on 2009-10-27 02:04

และ 35

#35 By freeda on 2009-10-27 01:56

โห..... เป็นที่ 34 sad smile

#34 By freeda on 2009-10-27 01:55

#30 แถวบ้านเรียกตัวสำรองนะ

#33 By freeda on 2009-10-27 01:55

^
^
^
ไม่ต้องห่วงพี่ใช้คลีมไข่มุกsad smile sad smile sad smile

#32 By freeda on 2009-10-27 01:52

ง่ะ พี่สาวยังไม่ไปนอนอีกเหรอคะ
ที่เมืองไทยดึกแล้วหนา
นอนดึกบ่อยๆ เดี๋ยวผิวไม่สวยนะคะ อิอิ

#31 By cherrykids on 2009-10-27 01:42

^
555+ ท่าทางจะเพื่อนน้อยอย่างที่ป้าว่า แต่ไม่เป็นไร ถึงจขบ. นี้จะมีเพื่อนน้อย แต่คาดว่าน่าจะมีคุณภาพในการคุยเกินความพอเพียง(อาทิ ฝีปากป้าเกี๊ยง ฮ่าconfused smile )

#26 เป็นพระเอกนั่นล่ะป้า ถูกแล้ว แต่เป็นพระเอกตัวสำรอง sad smile
อ่านจบแล้วคับ
ขอกรี้ดคับ!

นายเค ร้าย นะเนี่ย ฮ่าๆๆ
แต่ก็นะ..แหม..ฮ่าๆๆ
โอ๊ย ไม่รู้จะคอมเม้นท์อะไรดี

น่ารักดีมากเลยค่ะพี่เรื่องนี้
ภาพก็น่ารักเหมือนเดิม >.<

เอาเป็นว่า
รออ่านต่ออยู่นะคะ
พี่กิ้วทำให้ดาวอยากแต่งนิยายอีกรอบแล้วสิ
หลังจากห่างหายไปนาน ฮ่าๆ
ไม่เคยจะแต่งจบสักเรื่องเลยเนี่ย
แต่งได้แต่เรื่องสั้น แป่ว

open-mounthed smile

#29 By cherrykids on 2009-10-27 01:38