Sad Movie

posted on 08 Oct 2009 00:11 by ik-kiiu

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12.15 PM

 

 

 

 

 

 

 

sad movie




 

เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้กันรึเปล่าครับ

"หนังเศร้า" ถ้าแปลเป็นไทยก็จะได้อารมณ์ประมาณนี้

หนังเข้ามาได้ประมาณ 3 ปีที่แล้วแล้วครับ

แรกทีเดียวที่ผมเห็นโปสเตอร์ผมก็นึกสงสัยอยู่นะ แปลกที่หน้ายิ้มแต่ทำไมถึงมีน้ำตาหยดตึ๋ง

เห็นแล้วก็หวนให้นึกถึงสโลแกน

หัวเราะร่าน้ำตารินอันเป็นคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของชาร์ลี แชปปลิน

ศิลปินตลกเงียบอันเป็นหนึ่งในความอัศจรรย์ของโลกบนแผ่นฟิ์ลม

แต่เมื่อได้ดูหนังจนจบ

ผมจึงพอจะเข้าใจถึงนัยยะบางอย่างที่ภาษาภาพจงใจสื่อออกมาอย่างนั้น

ในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ 4 เหตุการณ์ของ 4 คู่ที่มีเนื้อหาของแต่ละคู่ที่แตกต่างกัน

ต่างกันจนแทบจะเหมือนหยิบหนังสี่เรื่องที่ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ถูกนำมารวมกันเลย

แต่ตั้งแต่ต้นจนหนังดำเนินมาถึงท้ายที่สุด

ความสัมพันธ์ของตัวละครหลายๆคู่ในเรื่องที่ตอนแรกดูแล้วน่าจะเป็นคนละเรื่องกัน

ทุกเรื่องกลับมีจุดที่เชื่อมโยงใยต่อกันจนกลายเป็นเรื่องเดียวกัน

 

ทั้งระหว่างคู่รักของพนักงานดับเพลิงที่จริงจังกับงานจนลืมความสำคัญของหญิงสาวที่เขารัก

กับหญิงสาวที่เป็นนักพยากรณ์อากาศโดยใช้ภาษามือ ที่รอคอยให้มีแต่วันที่ฝนตก

เพียงเพราะไม่อยากให้คนที่เธอรักต้องออกไปทำงานเสี่ยงภัย

และแล้วหลังจากคู่นี้ต้องผ่านการขัดแย้งในเรื่องงานกันมานาน

วันหนึ่งชายหนุ่มก็ตัดสินใจจะขอเธอแต่งงาน...........พร้อมๆกันกับงานด่วนที่ชายหนุ่มต้องไปทำ

 

หญิงสาวที่อยู่ภายใต้ชุดการ์ตูนในสวนสนุกที่มีบาดแผลบนใบหน้าจากอุบัติเหตุ

ส่งผลให้เธอเสียโฉมและพูดไม่ได้งานภายใต้ชุดการ์ตูนจึงเป็นงานที่เธอคิดว่าเหมาะสมกับเธอที่สุด

ชายหนุ่มที่เป็นจิตรกรวาดภาพเหมือนริมถนนทำงานอิสระในสวนสนุกแอบชอบหญิงสาวที่อยู่ในชุดการ์ตูน

เมื่อคนทั้งสองต่างประทับใจกันและกัน

ฝ่ายหนึ่งแอบชอบแต่อายที่จะเปิดเผยตัวตน

อีกฝ่ายสนใจอยากที่จะรู้ถึงตัวตนของหญิงสาวที่อยู่ภายใต้ชุดหุ่น

สุดท้าย....

ระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกกับความรู้สึกประทับใจบางอย่างที่มีให้กันอย่างไหนมันจะสำคัญกว่ากัน

 

ชายหนุ่มที่ไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่งมีรายได้จากการเป็นกระสอบทรายให้นักมวย

กับหญิงสาวที่งานแคชเชียร์ในซุปเปอร์มาเก็ตที่ครองรักกันมา 3 ปีโดยมีแค่คำว่ารักยืนพื้น

แต่นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรที่มั่นใจหรือพัฒนามากไปกว่านั้นเลย

จนวันหนึ่งที่หญิงสาวต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง

กับชายหนุ่มที่คิดจะเริ่มอะไรบางอย่างเช่นกันเพื่อแสดงให้หญิงสาวรู้ถึงความรักความจริงใจที่มีต่อเธอ

แต่เมื่อถึงเวลาที่อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกตัวมันจะทันการกับดวงใจของอีกฝ่ายที่รอคอยมานานไหม

 

เด็กชายวัย 8 ขวบที่ชอบวาดรูปคนในครอบครัวที่ไม่มีรอยยิ้มเลยจนผู้คุณครูต้องเรียกผู้ปกครองมาพบ

แม่ผู้เป็นหญิงสาววัยทำงานหน้าที่การงานกำลังรุ่งทุ่มเทกับงานเต็มร้อยจนลืมสิ่งสำคัญบางอย่าง

เมื่อลูกชายผู้โหยหาความรัก แต่เมื่อไม่ได้มาจึงส่งให้พฤติกรรมบางอย่างเปลี่ยนไป

จนเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับแม่ของเด็กน้อย

แม่และลูกจึงได้มีเวลาอยู่ด้วยกันปรับความเข้าใจกันว่าอะไรกันแน่คือสิ่งที่สำคัญ

 

แต่กับโลกแห่งความเป็นจริง

เวลามันมักจะผ่านไปเร็วนักเช่นเดียวกับโอกาสของที่เรามีเรามักจะปล่อยมันไปเสมอ

กับความรู้สึกบางอย่างที่ทุกคนต่างละเลยจนเมื่อเรากลับมาจำมันได้อีกครั้ง

บางทีเราก็ไม่มีทางรู้หรอกว่า

เมื่อรู้สึกตัวมันจะสายเกินไปรึเปล่า...

 

เนื้อหาในหนังก็ดังที่ผมเล่าไปนี่แหล่ะครับ

เพียงแต่ทิศทางของหนังไม่ได้พยายามเค้นอารมณ์คนดูให้เศร้ามากเกินไปนัก

ออกจะทำให้เรามีความสุขและรู้สึกสนุกที่ต้องคอยติดตามความเป็นไปในเรื่องราวของแต่ละตัวละคร

ได้ยิ้มเล็กๆกับเกาหลีสไตล์ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกแบบเปื้อนยิ้มที่เราเริ่มคุ้นเคยกันดีแล้ว

และหนังก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก

มีบรรยากาศที่สื่อให้รู้สึกถึงความสงบผสมผสานให้รู้สึกถึงความอบอุ่นอีกด้วย

กับเนื้อหาโดยรวมที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ที่ไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก

หนังดำเนินไปเรื่อยตามเหตุการณ์ของแต่ละคู่สลับสับเปลี่ยนกันไป

โดยมีเพลงประกอบของหนังเป็นองค์ประกอบที่คอยเชื่อมต่อแต่ละเหตุการณ์ในหนังให้เป็นไปด้วยดี

 

เคยสังเกตอย่างนึงไหมครับว่า

หนังเกาหลีแนวโรแมนติกอย่างนี้เค้าจะเลือกหรือแต่งเพลงประกอบออกมาได้โดนใจเราๆทุกครั้งไป

หลายๆครั้งที่ได้หยิบเอาเพลงคลาสสิก หรือ ดนตรีบรรเลงเพราะๆนำมาใช้ในหนังหรือละคร

โดยใช้เพลงหรือดนตรีประกอบนั้นๆส่งเสริมภาพหรือบรรยากาศของหนังให้ดูดียิ่งขึ้น

สิ่งนี้แหล่ะครับที่นับว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของหนังเกาหลี

ที่หนังไทยของเราน่าจะให้ความสำคัญและนำมาใช้อย่างเค้าบ้างเนอะ

เพราะเพลงหนังหรือดนตรีประกอบในหนังแต่ละเรื่องแต่ละเพลงของเค้า

ฟังปุ๊บแทบจะฉีกใจให้เป็นริ้วๆเชียวแหล่ะคุณ

 

อือม.........

นอกเรื่องไปนิดมาว่ากันต่อเนอะ

ในบทสรุปสุดท้ายของหนังได้บอกถึงความเศร้าจากการพลัดพรากจากกันในหลายรูปแบบ

แต่ไม่จำเป็นว่าในทุกๆของการลาจากนั้นจะหมายความถึงการที่ต้องสูญเสียเสมอไป

ทุกตัวละครล้วนต่างพบกับความเศร้าที่แตกต่างกันไป

แต่ทุกตัวละครนั้นได้แสดงให้เราดูและสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ว่า...

การสูญเสียของทุกตัวละครที่ได้รับนั้นได้ก่อให้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นมาใหม่ในทุกๆชีวิต

เปรียบเสมือนว่าแม้พายุจะพัดโหมจนทำลายให้หลายสิ่งย่อยยับดับไป

แต่พายุใช่จะโหมให้เราตั้งรับอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาช่วงช่วงหนึ่งพายุจะเงียบซาดับหายไป

และ

ฟ้าหลังฝนหลังพายุผ่านพ้นมักจะมีอากาศที่ดูสดใสสว่างอยู่เสมอ

 

เมื่อเครดิตที่เป็นตัวอักษรของผู้สร้างหนังเรื่องนี้เลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆบนพื้นฉากสีดำ.........

เสียงเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ยังเล่นดังไปเรื่อยๆ

หลังจากที่ผมปิดหนังเรื่องนี้เก็บแผ่นดีวีดีให้เข้าอยู่กับที่

เสียงเพลงของหนังเรื่องนี้ก็ยังคนดังก้องอยู่ในโสตประสาท

ราวกับไม่อยากให้ความประทับใจของหนังเรื่องนี้จบตามไปด้วย

ในใจผมก็นั่งนึกไปว่าคงดีไม่น้อย

ถ้ามีใครบางคน

ได้นั่งเคียงข้างและดูหนังเรื่องนี้พร้อมๆกับเรา

เฮฮา

นั่งอมยิ้ม

นั่งเศร้าเล็ก ๆ

และมีความรู้สึกร่วมในหนังไปพร้อมๆกับเรา

 

โดยส่วนตัวในใจเคยคิดว่าหลังจากดูหนังเรื่องนี้

หลังจากที่ได้ร่วมซาบซึ้งกับเรื่องราวทุกๆบททุกๆตอนตามที่ได้กล่าวมาเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้

เมื่อหนังจบลง..

ผมอยากให้มีใครคนหนึ่งมากระซิบข้างๆหูกับเรา

เหมือนกับฉากที่พนักงานดับเพลิงพูดบอกผ่านวีดีโอส่งถึงคนรักก่อนที่ตัวเองจะจากไปว่า

 

......

 

...........

 

................

 

ตึ้ดตือ......(จากเพลงหนึ่งโต๋-ศักดิ์สิทธิ์)













 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

 

 

ปล.วันนี้เปื่อย T T เพลงก็ซึ้งซ๊าาาา

 

 

 

 

 

 

 

 



MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

edit @ 8 Oct 2009 00:21:05 by k_i

edit @ 8 Oct 2009 01:21:13 by k_i

Comment

Comment: