5หนังรักในดวงใจ:(2)Magnolia

posted on 30 Sep 2009 19:15 by ik-kiiu


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Magnolia

เป็นดอกไม้ประเภทหนึ่งที่จัดอยู่ในพันธุ์ดอกไม้ประดับ

เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีวิวัฒนาการเก่าแก่จัดเป็นดอกไม้โบราณที่หาหลักฐานได้จากซากฟอลซิล

และเป็นดอกไม้ดอกแรกของโลกคือต้นตระกูลwoody magnolia-likeplantsมีอายุเก่าแก่ราวๆ 93 ล้านปี

ถ้าจะยกตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดก็จัดว่าเป็นดอกไม้ที่จัดอยู่ในพวกตระกูลดอกจำปา เป็นต้น

 

Magnolia

เป็นพืชที่แผ่กิ่งก้านไปตามส่วนต่างๆ

โดยอาศัยน้ำเลี้ยงจากแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงไปตามลำต้นแผ่ผ่านไปถึงทุกส่วนของลำต้น

เปรียบดังชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง

ที่การดำเนินชีวิตดูล้วนแตกต่างทางสถานะและต่างเรื่องราวในแบบฉบับของตนเอง

แต่เหตุการณ์ในชีวิตบางครั้งบางอย่างที่หลักตรรกะในความน่าจะเป็นไม่สามารถอธิบายได้

รวมไปถึงปรากฎการณ์ธรรมชาติแปลกประหลาดอันน่าอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้น

ดังที่กล่าวมารวมถึงเหตุการณ์หลายๆอย่างที่ยังไม่ได้กล่าวถึง

ต่างส่งผลสืบเนื่องโยงใยมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างที่ไม่สามารถเรียกได้ว่าความบังเอิญ

เสมือนการแตกกิ่งก้านสาขาของไม้เลื้อยที่ไม่ว่าจะแตกหน่อไปมากเท่าไหร่

แต่ทั้งหมดล้วนเกิดจากจุดเริ่มต้นจากต้นเดียวกัน

 


Magnolia

หนังปีคศ.1999

กำกับโดยผู้กำกับยุคใหม่โดย Paul Thomas Anderson

นำแสดงโดย Orlando Jones, Phillip Seymour Hoffman, Philip Baker Hall

Luis Guzman, April Grace, Melinda Dillon, Tom Cruise, Jeremy Blackman

 

เรื่องนี้เป็นหนังในดวงใจอันดับ 1 เท่าที่เคยดูมา

แต่เป็นที่น่าเสียดายนิดหน่อยครับที่หนังเรื่องนี้พลาดรางวัลจากการประกวดออสการ์ ปี คศ.1999

ซึ่งปีนี้เป็นปีที่มีคู่แข่งคุณภาพแข็งโป๊กจำนวนหลายเรื่อง

อย่างเรื่อง American Beauty ของน้องสุดรักmina suvari ได้รางวัลใหญ่ไปครองครับ

นอกจากนั้นยังมีเรื่องThe insider , The Green Mile , The Herricane,

The talented Mr.Ripley ของจู๊ด ลอว์ที่สาวๆหลายคนชื่นชอบ

Being John Malkovich หนังเซอร์แตกแปลกประหลาดของคุณสไปค์ จอนซ์

(แต่ชอบเรื่องนี้นะ John Cusack, Cameron Diaz โทรมได้ใจสุดๆแถมหนังก็ดีด้วย)

The matrix ,Sleepy Hollow และหนังขวัญใจของใครหลายๆคนอย่าง The six sense

ที่ขาดไม่ได้เลยที่จะกล่าวถึงหนังภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมของบราซิล All about my mother

หนังเรื่องนี้ได้ใจสุดๆทำเอาเสียน้ำตากับหนังเรื่องนี้ไปหลายแหมะกันเลยทีเดียว

แล้วยังไงวันหลังจะหยิบเอาแต่ละเรื่องที่กล่าวมา มาเล่าให้อ่านกันนะครับ

 

มาว่ากันถึงเรื่อง Magnolia กันต่อนะครับ

ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น น่าติดตาม และเต็มไปด้วยชีวิตของแต่ละคนที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะจบยังไง

รวมถึงการแสดงของดาราทุกคนในเรื่องที่สวมทับไปกับบทบาทได้อย่างกลมกลืนน่าเชื่อถือ

เสริมเข้ากันกับเพลงและดนตรีประกอบที่สร้างสรรค์โดย aimee mannที่ส่งรับกันอย่างสอดคล้อง

พลังของดนตรีเสริมบวกการแสดงของตัวละครมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จนผู้ชมไม่สามารถละสายตาจากหนังที่มีความยาวกว่า 3 ชั่วโมงเรื่องนี้ได้

 

เรื่องเริ่มจากเสียงแนะนำคลอไปกับภาพและเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกนำมายกตัวอย่าง

ในเรื่องของความเป็นไปได้ในความไม่น่าจะเป็นในหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ที่ดูแล้วไม่น่าจะเชื่อมต่อกันได้แต่เมื่อได้ย้อนภาพกลับมาก็จะพบว่าหลายเหตุการณ์ที่ปรากฎนั้น

เกิดจากจุดเริ่มเดียวกัน แต่จากจุดเริ่มเพียงจุดเดียวกับแตกสาขาออกไปหลายเหตุการณ์

ภาพตัดมาที่ชายแก่คนหนึ่งนอนเป็นผักรับการพยาบาลอยู่บนเตียง

ด้วยสภาพและเครื่องช่วยยืดอายุชีวิตที่อยู่รอบตัวทำให้เราเห็นว่าชีวิตของชายแก่คนนี้คงอยู่อีกไม่นาน

เนื่องด้วยกรรมที่ตนก่อขึ้นในอดีตในวาระสุดท้ายของชีวิต

เขาจึงอยากที่จะเห็นลูกชายที่เขาทอดทิ้งไปเป็นครั้งสุดท้าย

 

ตั้งแต่นั้น

หนังก็พาเราเดินทางไล่ตามเหตุการณ์ของแต่ละบุคคลที่ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันกับชายแก่ได้เลย

ทั้งจากพิธีกรรายการทีวี  หญิงสาวที่ขายตัวเพื่อซื้อยามาเสพ

ตำรวจที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆโดยไม่รู้จุดหมายของชีวิต

คนขายเครื่องไฟฟ้าที่ติดกับดักทางจิตใจ

จากความเป็นอัจฉริยะที่คนยกย่องในสมัยเด็กจนส่งผลต่อชีวิตในปัจจุบัน

เด็กอัจฉริยะที่เล่มเกมส์ถามตอบทางทีวี

ที่ไม่ได้ต้องการชื่อเสียงเขาแค่ต้องการแค่คำชมและความรักจากพ่อ

พ่อที่ใช้ลูกเป็นตัวแทนของตนที่ขาดไปในวัยเด็ก

ที่ต้องทบทวนว่าหน้าที่ของตนที่มีต่อลูกคือแบบไหนกันแน่

บุรุษพยาบาลดูแลชายแก่คนต้นเหตุของเรื่องที่คอบเอาใจช่วยให้ทุกคนได้สมหวังในสิ่งที่ควรจะเป็น

เมียสาวของชายแก่ที่อยู่โดยไม่รักที่ต้องทบทวนถึงใจตัวเองในการดูแลชายแก่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

นักพูดชื่อดังที่มีความคิดสุดโต่งเรื่องเพศกับสตรี แต่มาคิดทบทวนถึงสิ่งที่ถูกต้องได้

เมื่อโดนพิธีกรหญิงไล่ต้อนยิงคำถามเกี่ยวกับความเป็นมา

ทำให้นักพูดได้รู้ถึงปมบางอย่างในใจที่ไม่เคยเิปิดเผยใจตัวเองให้ยอมรับได้มาก่อน

 

หนังดำเนินไปเรื่อยๆจนทำให้เรารับรู้ถึงเรื่องราวชีวิตของแต่ละคนแล้ว

ในท้ายที่สุดเราก็จะพบกับความจริงที่ว่า

เหตุการณ์บางครั้งในชีวิตมันน่าเหลือเชื่อกับบางเรื่องที่ดูแล้วมันไม่น่าเป็นไปได้มันกลับเป็นไปได้

หนังให้รายละเอียดของแต่ละบุคคลไว้อย่างดีเยี่ยม

ด้วยการเล่าสลับเหตุการณ์ของแต่ละคนไปมาตลอดทั้งเรื่อง

ทำให้เราเข้าใจถึงเหตุผลในการกระทำของแต่ตัวละครว่าทำไมเขาและเธอถึงมีชีวิตอยู่แบบนี้

บางคนที่ดูแล้วเหมือนจะพร้อมไปซะทุกอย่าง มีทั้งเงินทอง ชื่อเสียง ฐานะทางสังคม

แต่เอาเข้าจริงๆแล้วเขาเหล่านั้นกลับ"ขาด"มากกว่าคนที่ดูไม่มีอะไรที่พอจะเทียบได้ซักอย่าง

หนังเสนอแง่มุมของเรื่องจิตใจมากครับ

ทำให้เรารู้ถึงปมทางจิตใจของทุกตัวละคนว่า

ทุกคนต่างมีบาปในใจด้วยกันทั้งนั้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการเป็นผู้กระทำหรือเป็นถูกผู้กระทำ

ทุกๆบาปในใจของทุกคน

ต่างรอคอยเวลาหรือรอคอยอะไรบางอย่างที่จะมาปลดเปลื้องความรู้สึกนั้นให้หายไป

 

ในฉากสุดท้ายเมื่อการเดินทางของทุกคนมาถึงจุดที่ทุกคนต่างรอคอย

ฝนที่เป็นตัวแทนของการชำระล้างได้ตกลงมา

พร้อมๆกับการตัดสินใจยอมรับความจริงบางอย่าง

ที่ทุกตัวละครในเรื่องต่างรอที่จะหาคำตอบให้ตัวเองมาทั้งชีวิต

หนังเสนอภาพปรากฎการณ์ที่ดูจะเหมือนจะเป็นความปาฎิหารย์จากธรรมชาติ

ฝนตกลงมาพร้อมๆกบหลายล้านตัวที่ตกลงมาจากท้องฟ้า

หลายๆคนที่ชมอาจจะงงกับความหมายของเหตุการณ์นี้

จากคัมภีร์ไบเบิล บทที่ Exodus 8:2 ซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า

"And if thou refuse to let them go, behold, I will smite all thy borders with frogs."

Exodus 8:2 ได้พูดถึงตอนที่ำพระเจ้าสั่งให้ฝนตกลงมาเ็ป็นกบทั่วเมืองอียิปต์เพื่อลงโืทษองค์ฟาโรห์

ที่ำไม่ยอมปล่อยทาสชาวยิวให้เป็นอิสระ โดยส่งให้โมเซสเป็นตัวแทนของพระองค์ในการเจรจา

จากบทคำกล่าวในพระคัมภีร์อาจจะแปลได้ว่าเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น

บางทีอาจเกิดจากน้ำมือของพระเจ้า

เหมือนเป็นการบอกกับตัวละครในเรื่องที่ก็กักขังความรู้สึกผิดของตนเองไว้ในจิตใจ

ได้รับการปลดปล่อยจากสรวงสวรรค์โดยมีฝนกบเป็นตัวแทนของการไถ่บาป

ให้คนที่รู้สึกผิดกับความผิดพลาดในอดีตจงเป็นอิสระจากบาปในใจที่คอยกัดกินหัวใจได้ปลดปล่อยเสียที

ผู้กำกับฉลาดมากในการใบ้คำสอนนี้จาก Exodus 8:2 ที่มีแอบๆในฉากต่างๆของหนังไว้อย่างมากมาย

และเก่งในการโยงเรื่องทั้งหมดมาขมวดรวมกันในฉากที่ฝนกบตกลงมาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

พร้อมๆกับปมในใจของทุกคนที่ถูกชำระไปอย่างหมดสิ้น

 

สิ่งสุดท้ายที่ต้องกล่าวถึงคือเพลงประกอบที่ตัวละครทุกคนต่างร้องร่วมในกันแต่ต่างคนละสถานที่

เพลงนี้ด้วยทำนองบวกเสียงรับส่งอารมณ์กับภาพที่สร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูมาตลอด

มาในฉากที่ทุกคนมองฝนกบและปล่อยอารมณ์ที่เหมือนจะปลงกับชีวิต

เพลงนี้ก็ดังขึ้นและทุกคนต่างร่วมคลอเพลงนี้ออกมา

คล้ายกับเป็นบทสรุปถึงชีวิตของแต่ละคน

ว่าไม่มีใครสามารถกำหนดชีวิตแทนกันได้

นอกจากกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง

...........ด้วยตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



Save Me: aimee mann

 




You look like a perfect fit

For a girl in need of a tourniquet

 

But can you save me

Come on and save me

If you could save me

From the ranks of the freaks

Who suspect they could never love anyone

 

'Cause I can tell

You know what it's like

The long farewell of the hunger strike

 

But can you save me

Come on and save me

If you could save me

From the ranks of the freaks

Who suspect they could never love anyone

 

You struck me dumb like radium

Like Peter Pan or Sup