ก้อนหินละเมอ

posted on 22 Sep 2009 06:53 by ik-kiiu

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

 Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อดีตมันก็แค่สมุดที่เราใช้บันทึกเรื่องราวที่ผ่านมา

จะหยิบมาอ่านก็ต่อเมื่อคิดถึงเท่านั้น

อนาคตถึงแม้จะสำคัญ

แต่ไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าไม่มีใครซักคนไว้มองกันต่อไป

 

 

....

 

 

ปัจจุบันสำหรับผมคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด

เป็นช่วงเวลาที่บอกถึงสภาวะจิตใจบอกถึงความรู้สึกณ ปัจจุบันที่เราเป็นอยู่

และรวมไปถึงบอกสถานะของความสัมพันธ์

ความคิด ทัศนะ มุมมองที่เรามีต่อคนที่เรารัก

ถ้าหากวันนี้เรารักใคร

ก็จงบอกตามเสียงกระซิบที่ใจมันต้องการบอกออกมา

รู้สึกอย่างไรก็จงเผยความรู้สึกนั้นให้คนนั้นเค้าได้รับรู้

ถึงแม้ว่าการแปลการกระทำของคนสองคนอาจจะไม่ตรงกันก็เถอะครับ

แต่อยากให้บอกและให้เผยคำพูดที่แสดงมาจากความรู้สึกนั้นให้ชัดเจนและมาจากใจจริงๆ

ส่วนผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรนั้นถ้าเราจริงใจกับความรู้สึกตัวเอง

ผมว่าใครคนนั้นเขาคงรับรู้ได้นะครับ

ถึงแม้ว่าบางคำตอบอาจจะไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง

แต่ความสัมพันธ์และความรู้สึกดีๆที่มีให้ต่อกัน มันก็คงไม่บุบสลายและจะคงอยู่ไปตลอดกาล

 

 

 

วันนี้มีนิทานเรื่องหนึ่งมาเล่าให้อ่านกันครับ

กาลครั้งหนึ่งมี ธิดาผู้เลอโฉมของเทพเจ้าแห่งสวรรค์ผู้มีนามว่า เจ้าหญิงโอริฮิเมะ

เจ้าหญิงโอริฮิเมะมีพรสวรรค์ในการทอผ้า อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำแห่งสวรรค์ (ทางช้างเผือก)

ฝีมืองานทอผ้าและเย็บปักถักร้อยของเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นเป็นที่เลื่องลือของบรรดาเทพต่างๆ ไปทั่วสวรรค์

และเป็นที่โปรดปรานของเทพเจ้าแห่งสวรรค์เป็นอย่างมาก

 

อยู่มาวันหนึ่ง

เทพเจ้าแห่งสวรรค์ได้เห็นว่า เจ้าหญิงโอริฮิเมะทำงานหนักตลอดเวลาสมควรที่จะได้พักผ่อนบ้าง

จึงแนะนำให้เจ้าหญิงได้รู้จักกับฮิโกะโบชิ ชายหนุ่มผู้เลี้ยงวัวอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำแห่งสวรรค์

และในที่สุดเทพเจ้าแห่งสวรรค์ก็ให้ทั้งสองได้อภิเษกกัน

นับวันความรักของเจ้าหญิงกับฮิโกะโบชิก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั้งคู่ละเลยงานของตน

และใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

จนทำให้บรรดาเทพต่างๆพากันเดือดร้อนจากการละเลยงานของเจ้าหญิง

ถึงแม้จะได้รับคำตักเตือนจากเทพเจ้าแห่งสวรรค์แล้วก็ตาม

ทั้งคู่ก็ยังไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับงานของตนได้

ซึ่งทำให้เทพเจ้าแห่งสวรรค์โกรธมาก และส่งฮิโกะโบชิกลับไปยังอีกด้านไกลโพ้นของแม่น้ำแห่งสวรรค์

 

การจากกันนั้นทำให้เจ้าหญิงเสียใจ และเอาแต่ร้องไห้ทุกวัน

ดังนั้นเทพเจ้าแห่งสวรรค์จึงให้สัญญาว่า

ถ้าเจ้าหญิงโอริฮิเมะตั้งใจทอผ้าดังเดิมแล้วจะอนุญาตให้ทั้งคู่ได้พบกันปีละครั้งในคืนของวันที่ 7 เดือน 7

ด้วยเหตุนี้ในทุกปีท้องฟ้ายามค่ำคืนของวันที่ 7 เดือน 7 จะมีดาวฤกษ์สุกสว่าง 2 ดวง

คือ ดาว Vega ของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ (เป็นดาวที่สดใสที่สุดในกลุ่มดาวพิณ)

และดาว Altair ของฮิโกะโบชิ (เป็นดาวที่สดใสที่สุดในกลุ่มดาวนกอินทรี) โคจรข้ามทางช้างเผือกมาพบกัน

อันเป็นที่มาของเทศกาลแห่งดวงดาว (Tanabata Matsuri)

ที่จะเกิดขึ้นทุกๆวันที่ 7 กค.ของทุกปีครับ

ในวันนี้ผู้คนจะพากันเขียนคำอธิษฐานลงบนแถบกระดาษ 5 สี

แล้วแขวนบนกิ่งไผ่ พอวันรุ่งขึ้นก็จะนำไปลอยน้ำ

พร้อมกับพับนกกระเรียนกระดาษประดับในสวน เพื่ออธิษฐานขอพรให้สมหวังในเรื่องต่างๆ

ดีจังเลยเนอะเทศกาลบ้านเค้าน่ารักดีอ่านแล้วอยากจะลองเขียนคำอธิษฐานบ้างจัง ><

ขอขอบคุณข้อมูลเรื่องนี้ที่ผมอ่านมาจาก  http://ayanokoji.exteen.com/20070921/entry-2  นะครับ

.....

 

 

ก่อนจากกันวันนี้

ผมอยากจะทิ้งท้ายถึงความรู้สึกจากนิทานเรื่องนี้อีกว่า...

ความห่างไกลของระยะทาง

มันเป็นเพียงระยะห่างระหว่างปลายกระดาษด้านหนึ่งและปลายกระดาษอีกฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกัน

หากแต่ระยะทางของใจที่ตรงกัน

คิดถึงกัน

มันก็เหมือนกับแค่เราทบกระดาษทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน

เอาด้านทั้งสองมาประกบกัน

แล้วเราก็จะพบคำตอบขึ้นมาใหม่อีกอย่างว่า...........

ระยะห่างที่เราคิดว่ามันไกลกันนั้น.......มันไม่ได้ไกลกันเลย

^ ^



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

0.45 AM : 09-09-23

 

 

 

 

 

วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ

พอดีว่าคืนนี้ได้มีโอกาสฟังเพลงนี้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้ฟังเพลงนี้มานานแล้ว

บันทึกที่นำมาให้อ่านวันนี้ก็เช่นกัน

ผมเคยเขียนขึ้นตอนที่เคยเปิดเพลงเพลงนี้ให้น้องผู้หญิงคนหนึ่งของผมฟัง

คนคนนี้เป็นคนที่ผมชอบเธอมากและเป็นคนหนึ่งที่ผมเปิดเพลงให้ฟังบ่อยครั้งที่สุด

แต่ด้วยความเข้าใจผิดและเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น

ทำให้เส้นทางของผมและเธอคงไม่สามารถมาบรรจบกันได้อีกแล้ว

หลังจากที่ได้ฟังเพลงนี้จบ

ผมเลยเกิดคิดถึงใครคนนั้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

เลยอยากจะหยิบเอาบันทึกเก่ามาเล่าให้อ่านกันครับ

 

 

ก้อนหินละเมอ : Soul After Six

 

มองไปไกลที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล

อยากจะไป ไปให้ถึงครึ่งทางแสงเธอ

ดวงดาราเหมือนไม่มีวันจะพบเจอ

อยากให้เธอส่องแสงลงมาพื้นดิน

มองจันทราเมื่อเวลามันกลบแสงดาว

กลัวทุกคราวเพราะว่าฉันนั้นคือก้อนหิน

กลัวดวงดาวไม่ทอแสงลงกระทบดิน

และก้อนหินอย่างฉันคงไม่สวยงาม

 

อยากให้ดาวดวงนั้นรู้ว่า...

เมื่อดาราส่องแสงฉันดูสดใส

อยากให้ดาวดวงนั้นเข้าใจ

ขาดเธอไปตัวฉันคงหมดสิ้นกัน

 

อยากให้ความทรงจำที่เธอให้ไว้

ช่วยทอแสงประกายทุกวัน

เพราะเพียงความอบอุ่นจากเธอไม่นาน

จะต่อเติมความสำคัญฉันได้

 

Comment

Comment:

Tweet

big smile ชอบๆๆๆ

#38 By Duplicator (58.136.98.140) on 2010-10-30 04:42

^^

#37 By [[E-นู๋นุ่น]] on 2010-07-03 23:33

โรแมนติก

#36 By キラ on 2009-09-27 09:00

แวะมาตอบตอน 2 ครับ

#17 แหะแหะ มันก็มีบ้างน่ะครับ

#18 ฮ่าๆได้กี่ทบบอกผมด้วยนะ

#19 มีสนุกกว่านี้อีกครับ ไว้วันหลังๆ

#20 ขอบคุณนะครับ ^ ^

#21 จริงแท้เลยครับ

#22 ผมก็ด้วย

#23 ทุกนาทีที่มีเธอเหรอครับ หวานมากครับ

#24 อือม ล้ำลึกกว่าที่ผมคิดออกอีกนะเนี่ย

#25 ผมก็ชอบครับ ^ ^

#26 มาอ่านให้ทุกเมนท์จริงๆนะครับยินดีๆ ^ ^

#27 ผมชอบเพลงที่มีความหมายดีๆน่ะครับ ^ ^

#28 เอ่อ..นิทานเรื่องนี้ไม่สนุกแระ -*-

#29 แหะแหะ พอดีตอนเขียนผมทบกระดาษอยู่เลยคิดออกน่ะครับ

#30 เดี๋ยวก็มีครับคนจิตใจดีแบบคุณปอมีอยุ่แล้วแน่ๆ

#31 น้องก็สรุปให้ข้อคิดดีเหมือนกันน๊า

#32 คุณน้องก็อย่าเปิดหน้าโฮมสิ คลิกที่หัวข้อสิจ๊า แหม

#33 ขอบคุณครับตอนนี้ไปเที่ยวอยู่ไหนแล้วน๊อ

#35 By k_i on 2009-09-27 02:17

แวะมาตอบครับ

#1 หึหึ สนุกมากไม๊เจ๊เกี๊ยง

#2 เอ่อ อันนี้ไม่รู้จริงแฮะ-*-

#3 ฮ่าๆหน้าม้าขยันให้ดาวคนอื่นเค้าไม่ให้น่ะสิ T T

#5 ขอบคุณมากครับที่เข้ามาอ่าน ^ ^

#6 ต้องขอบคุณข้อมูลท้ายเรื่องที่เค้าเล่ามาครับ

#7 ชมเกินไป ฮ่าๆยังไงก็ขอบคุณนะครับ

#8 ฮ่าๆเจอมาหลายรอบแล้วแต่ไม่ใช่ซักที

#9 ^ ^

#10 หวานกว่าผมอีีกนะคุณเนี่ย ^ ^

#11 เอ่อ คุณน้องไปถึงถิ่นเค้าแต่ไม่รู้อะไรเลยรึ หึหึ

นี่ก็น้องหน้าม้าของผมอีกคนขอเสียงปรบมือหน่อยครับ ฮ่าๆ

#12 เพลงโปรดของผมเช่นกันครับ ^ ^

#13 ตอนนี้เหมาะมากครับอากาศเย็นพอดี

#14 อืมเห็นภาพตามเลยครับ ^ ^

#15 มันก็จริงนะครับแต่หลายคู่ก้ไม่เป็นเช่นนั้น

#16 สาธุ๊ด้วยคนครับ

#34 By k_i on 2009-09-27 02:09

อ่านแล้วชอบจังเลย

Hot! Hot! Hot!

#33 By บินสูง on 2009-09-24 17:16

พี่
อยากจะบอกว่า
ติ๊กเปิดไว้แล้วไปคุยเอ็ม

ติ๊กว่าเสียงผญ จากไหนวะ
มา หืมม หืมมม




โฮกกก มันแอบหลอน
เพลงหน้าโฮมพี่อะ = =)



อ่านบลอกพี่แล้ว
เหมือนดูหนังรัก ไงงั้น


ลมพัดมาเลย (ใบไม้ปลิว)




confused smile

#32 By ★ K T I G on 2009-09-24 03:50

นิทานเรื่อง
เจ้าหญิงโอริฮิเมะ กับฮิโกะโบชิ ชายหนุ่มผู้เลี้ยงวัว

ดูซาบซึ้งดีครับ โรแมนติก

เรื่องนี้เป้นการสอนเราให้คิดด้วยนะครับว่า
เราควรรักแต่แบบพอดี ไม่ใช่รักๆๆๆๆๆๆๆๆ จนงานคนรอบข้างต้องเสียไปกันหมด

ป.ล.1 ชอบภาพสุดท้ายครับที่เป็นรูปดอกกุหลาบกำลังเริ่มจะโรยกลีบ ดูแล้วได้ความรู้สึกเหงาๆเศร้าดีครับ
Hot! Hot!

ป.ล.2 เพลงนี้เพราะดีครับ big smile

#31 By j-di on 2009-09-24 01:39

ชอบเพลงนี้เหมือนกัน

ตอนนี้แปลกจังยังไม่รักใคร แค่รู้สึกดีอ่ะมีหลาย ๆ คน แต่ไม่หลายใจ 555555

#30 By จอมบงการ on 2009-09-24 00:23

ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สวยงามเชียวครับ
เรื่องการทบกระดาษbig smile open-mounthed smile

#29 By Recycle Boy on 2009-09-23 23:51

ลุงกิ้ว...วันนี้มาแนวโรแมนติกจัง นิทานก็ได้ใจมากเลย
เธอคนนั้นถ้าได้มาอ่านคงยิ้มเลยล่ะ

เจ้าหญิงโอริฮิเมะ ก็มาเกิดเป็น หญิงแพท....ฮ่าๆๆconfused smile confused smile

#28 By Pat's Song on 2009-09-23 20:21

blog นี้ เพลงเพราะอีกแหละ แวะมาฟังเพลงค่ะ big smile

#27 By ไผ่ลู่ลม on 2009-09-23 19:50

จขบ.ขยันอัพจังคะแล้วก็มาให้กำลังใจดีจังเลย....ขอบคุณคะจะมาอ่านทุกแอนทรีและก็ไม่เป็นไรคะเม้นมีไว้เพื่อแลกเป็นความคิดเห็นคะ บายๆๆ

#26 By buble_b on 2009-09-23 19:20

ชอบเพลงนี้จัง... : )

#25 By ลูกชิ้น on 2009-09-23 18:46

เวลาก้อนหินละเมอ..ทำเอาดาวไม่หยุดส่องแสงเลยนะคะbig smile open-mounthed smile

#24 By 12345 on 2009-09-23 14:49

ขอบคุณความห่างไกลของระยะทางที่ทำให้รู้ว่า...ถึงแม้ ความอยู่ไกลคนที่เรารักมันโหดร้าย แต่ความนัยที่แฝงอยู่ ทำให้เรารู้กว่า...ทุกครั้งที่มีโอกาสอยู่ใกล้กันจะทำทุกช่วงเวลา ทุกวินาทีให้มีค่าที่สุด

#23 By ThE BaLL on 2009-09-23 13:07

ชอบเพลงนี้

#22 By LungDeng on 2009-09-23 12:32

เพลงนี้ไพเราะทุกครั้งที่ได้ฟัง big smile

#21 By ~NuDeE~ on 2009-09-23 11:33

ซาบซึ้ง สุขใจ

โรแมนติกจังเลย

ชอบภาพถ่ายข้างบนมากๆ ค่ะ
big smile big smile big smile big smile big smile

#20 By รองเท้าแก้ว on 2009-09-23 11:25

นิทานสนุกดี เพิ่งรู้นะเนี่ยbig smile big smile

#19 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-09-23 10:38

ขอตัวไปบกระดาษเข้าหากันก่อนนะครับ

#18 By โลกมืด on 2009-09-23 10:32

โรแมนติกจริงๆ เลยนะคะเนี้ย...big smile

#17 By Nart on 2009-09-23 09:38

เดี๋ยวจะเขียนคำอธิฐานไปแขวนบนกิ่งไผ่..
ขอให้คนไทยเลิกทะเลอะกันซะที..

#16 By kriangkrai on 2009-09-23 09:05

แต่ผมก็ยังเชื่อว่าระยะห่างกับความรักมันแปรผกผันกันนะครับ big smile

่ส่วนเพลงนี้ ขึ้นชั้นคลาสสิคไปเรียบร้อยแล้ว...

#15 By Seam - C on 2009-09-23 08:26

"ถ้าไม่มีระยะห่าง ก็จะไม่รู้สึกคิดถึง"...
...
ชอบเพลงนี้..เปิดเบา ๆ กับวันนี้ที่มีแสงแดดอ่อน ๆ ..(กำลังฟังอยู่)big smile Hot!

#14 By KhAo-JaO on 2009-09-23 08:24

อากาศเย็นๆ เหมาะกับเพลงนี้

#13 By wesong on 2009-09-23 07:43

โรแมนติกมากมายค่า..cry cry
เพลงเพราะมากกกกกกกกกกกกกก
เพลงโปรดเราเลย..cry cry

#12 By Kiss The Rain on 2009-09-23 06:07

อดเมนต์แรก ๆ โห่วววว -3- (ฮา)

ชอบเนื้อเรื่องของเรื่องเข้าหญิงโอริฮิเมะมาก ๆ เลยค่ะ ไม่ค่อจะรู้เรื่องราวเท่าไหร่ รู้แค่ว่าวันทานาบาตะเค้าเขียนคำขอใส่กระดาษ (หมอกเขียนแล้วแปะไว้ที่ห้อง กร๊ากกกก)

มันก็เหมือนกับแค่เราทบกระดาษทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน
เอาด้านทั้งสองมาประกบกัน
แล้วเราก็จะพบคำตอบขึ้นมาใหม่อีกอย่างว่า...........
ระยะห่างที่เราคิดว่ามันไกลกันนั้น.......มันไม่ได้ไกลกันเลย
<<<< เขียนซะเพราะเลยนะคะเนี่ย *3* หนูว่ามันเป็นมุมมองที่ดีมาก ๆ เลยนะ ของมันต้องมีพลิกแพลงบ้าง (ฮ่า ๆ )

เพลงเพราะ

ภาพสวย

แอบโยนดาว Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By หมอก on 2009-09-23 05:37

ถึงแม้ว่าจะเป็นแก้ก้อนหิน

ที่อาจจะดูแข็งแกร่ง

แต่ความจริงใครจะรู้ว่า

มันก็ต้องการความอบอุ่นเหมือนกับคนอื่นๆเช่นกัน

ความรักทำให้มีแสงเกิดขึ้นเสมอ

ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สมหวัง

แต่แสงนั้นมันก็ไม่เคยจางไป

ยังคงให้ความอบอุ่นได้เสมอ

เมื่อได้คิดถึงมัน

big smile

สวัสดีตอนเช้ามากๆค่ะ

#10 By tae_moship on 2009-09-23 05:10

เศร้า

#9 By Anne on 2009-09-23 04:22

รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง หาเจ้าหญิงโอริฮิเมะของพี่กิ้วเจอหรือยังคะ ฮ่า ฮ่า วันทานาบาตะลองเขียนคำอวยพรดูนะคะ open-mounthed smile

อยากลองไปเลี้ยงวัวหรือทอผ้าดูบ้างเืผื่อจะเจอใครซักคน อืม..แต่แทนที่จะได้เนื้อคู่ คงเจอเจ้าหนี้แทนแหงๆ ไม่เอาดีกว่า sad smile

#8 By elRion on 2009-09-23 03:43

ภาพสวยมากค่ะพี่
เรื่องก็ประทับใจมากค่ะ

และที่สำคัญที่สุดคือคำพูดของพี่มันกินใจมากเลย


สรุปได้คำเดียวค่ะ...
"งดงาม"


Hot! Hot! Hot!

#7 By cherrykids on 2009-09-23 02:52

โอ๊มาอ่านประวัติเจ้าหญิงทอผ้ารู้แต่ มาเจอกันวันที่ 7 /7 ของทุกปี แต่ไม่รู้เนื้อเรื่อง question

#6 By salemanbps on 2009-09-23 02:41


หากวันนี้เรารักใคร

ก็จงบอกตามเสียงกระซิบที่ใจมันต้องการบอกออกมา

รู้สึกอย่างไรก็จงเผยความรู้สึกนั้นให้คนนั้นเค้าได้รับรู้

ถึงแม้ว่าการแปลการกระทำของคนสองคนอาจจะไม่ตรงกันก็เถอะครับ

แต่อยากให้บอกและให้เผยคำพูดที่แสดงมาจากความรู้สึกนั้นให้ชัดเจนและมาจากใจจริงๆ



อ่านถึงตรงนี้ยิ่งโดน ตอนนี้อาจจะสายไปกับการที่ไม่ได้บอกใครสักคน ในตอนนี้ที่ผ่านมา

รูปสวยงามขนาดเลยคับ big smile

#5 By iTualek on 2009-09-23 01:54

แวะมาตอบก่อนหลับ

#1 หึหึ ดีใจอะไรขนาดนั้น

#2 พักนี้ว่างครับ ฮ่าๆ ที่สำคัญเรื่องส่วนใหญ่เอาของเก่ามาแต่งเพิ่มใหม่ครับ

#4 By k_i on 2009-09-23 01:14

จากเรื่องที่เล่ามา เจ้าหญิงโอริฮิเมะ โรแมนติกมากเลยงะ วันนี้มาแนวโรแมส...นะยะ โอเคก็เหมาะสมกับ จขบ.อยู่นะ ขอตั้งฉายาบล็อคนี้ว่า เจ้าชายี้เหงา โอเคนะ ตั้งแต่นี้จะเรียก อากิ้วว่า เจ้าชายขี้เหงา

เรื่องน่ารักอย่างนี้ จัดไป สาวๆที่โรเมติกจะได้อ่านกันเนอะHot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By freeda on 2009-09-23 01:12

พี่ขยันอัพมากconfused smile
แล้วผ้าที่เจ้าหญิงทอ เป็นอะไรในระบบสุริยะอะ 555
กรี๊ดดดดดดดดดดดด....คนที่หนึ่ง ฮู้ลันลาcry cry cry

#1 By freeda on 2009-09-23 01:05