Photobucket

 

18.30 น.ปลายปีพศ. 2517  ณ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

 

 

 

"เตียง!!!!ไปดูต้นกล้วยกัน"

 

 

"อะไรเฮียไปตอนนี้เนี่ยนะ"

 

 

"เออน่า...ไม่ไปดูตอนนี้จะไปดูตอนไหนล่ะ!!!ลื้อจะไปไม๊"

 

 

"เออๆ อั้วะไปด้วย เดี๋ยวเตียงเอาไอ้กานไปด้วยนะไม่มีคนเฝ้า"

 

 

"ได้!!!เร็วๆเข้าล่ะคนอื่นรออยู่"

 

 

หนุ่มสาววัยคะนองรวม 4- 5คนก็กระโดดขึ้นท้ายรถกะบะ

และออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่อยู่ไม่ไกลบ้านนัก

 

 

"เฮีย..แล้วต้นกล้วยนี่ลื้อเอามาปลูกได้ไงล่ะ"

 

 

"อ้อ อั้วะไปแอบตัดมาจากสวนคนอื่น"

 

 

"แต่สวนกล้วยที่อั้วะแอบไปตัดมานี่ดีนะ ไม่ต้องมียามเฝ้าก็ไม่มีขโมยกล้าไปยุ่ง"

 

 

"อ้าว ทำไมล่ะ"

 

 

 

 

...

 

 

 

 

"......ที่มันแรง"

 

 

 

 

เด็กวัยรุ่นหนุ่มสาว 4 คนเดินถือไฟฉายแอบเข้าโกดังลานตากมันสัมปะหลัง

ทุกคนเดินทะลุผ่านตัวลานตากมันมุ่งตรงไปยังสวนรกร้างท้ายโกดัง

ไฟจากดวงจันทร์ส่องสลัวๆทั่วอาณาบริเวณ

แม้ไม่ใช่คืนเดือนแรม

แต่แสงจากพระจันทร์ที่มีอยู่เบาบางก็สามารถส่องจับเค้าร่างของพื้นที่ให้ทุกคนพอคลำเห็นทางได้

 

 

กร๊อบบบบบ...แกร๊บบบบบบ

 

 

กร๊อบบบบบ....แกร๊บบบบบบบบบบบบ

 

 

เสียงย่ำเท้าลงบนใบไม้แห้งดังขึ้น

ดังชัดมาจากกลุ่มคนจำนวนหนึ่งแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของช่วงเวลาโพล้เพล้

ทุกอย่างนิ่งสงบราวกับภาพถ่ายที่สต๊าฟทุกอย่างไว้นิ่งอย่างนั้นโดยไม่มีการเคลื่อนไหว

ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัด หรือเสียงสรรพสัตว์ที่อยู่โดยรอบ

 

 

"เฮีย.."

 

 

"เฮียยย.."

 

 

"อะไร!!!เตียง"

 

 

"แล้วลื้อแอบปลูกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

 

 

"อั้วะตัดหน่อเอามาปลูกได้ 3 เดือนก่อน..ตอนนี้มันโตพอที่จะให้อั้วะพิสูจน์อะไรบางอย่างแล้วล่ะ"

 

 

"....."

 

 

"ลื้อจะกลับก่อนก็ได้นะ เห็นเอาอากานมาด้วยเดี๋ยวจะขวัญเสียซะเปล่า"

 

 

"บ้า!!!เฮียพูดไรอย่างนั้น ที่อั้วะมาเพราะอยากเห็นนี่แหล่ะ อั้วะอยากรู้เหมือนกัน"

 

 

หลังจากที่จอดรถกะบะไว้หน้าโกดัง

จนงัดประตูโกดังแล้วเดินส่องไฟฉายฝ่าความมืดและเดินทะลุโกดังมาจนถึงสวนท้ายโกดัง

เวลาผ่านไปเร็วจนเริ่มดึกสงัดทุกอย่างยิ่งตกอยู่ในความมืดมิดกว่าเดิมอีก

แสงจันทร์ที่พอส่องให้เห็นพื้นที่โดยรอบกลับมืดดำลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อย่างเข้าสู่สวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่

เสียงรอบข้างที่ว่าเงียบแล้ว

จนเมื่อทุกคนย่างเท้าเหยียบเข้าสู่พื้นดินสวนท้ายโกดังเสียงจากรอบข้างกลับเงียบไร้เสียงอะไรมากกว่าเดิมอีก

ความหนาวเย็นของอากาศที่เหยียบเข้าฤดูหนาวเริ่มเข้าแผ่ครอบคลุมกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ 4

 

จากที่ต่างคนต่างเดินเต็มไปด้วยความคึกคะนอง

มาตอนนี้ทุกคนกลับเดินจับกลุ่มกันแน่น

ราวกับต้องการให้ความอบอุ่นจากร่างกายส่งถึงกันเพื่อลดความหนาวเย็นของบรรยากาศ ณ ตอนนี้

จากระยะทางหน้าโกดังถึงท้ายสวนที่ทุกคนคุ้นกันดีอยู่แล้วเมื่อเข้ามาวิ่งเล่นเป็นประจำในตอนกลางวัน

แต่ด้วยความมืด+อากาศที่หนาวเย็นลงทุกทีทุกที

และบรรยากาศบางอย่างที่ทุกคนสัมผัสได้แต่บอกเล่าออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

ทำให้เวลาในการเดินช้าลงกว่าเก่ามาก

ราวกับสถานที่ที่กำลังจะไปทุกคนต่างไม่เคยมามาก่อน

ราว20-30 นาทีที่ทุกคนเดินเกาะกลุ่มมาตลอดทางก็มาถึงจุดหมายกันเสียที

ต้นกล้วยตานีอายุ 3เดือนสูงตะหง่านแผ่ใบกว้างสวยงาม

เป็นต้นกล้วยที่สมบูรณ์โตเร็วผิดกับกล้วยชนิดอื่นมากปรากฎเด่นชัดอยู่ตรงหน้าคนทั้ง 4

 

 

ควั้กกก...ก่อกแก่กๆๆๆ

 

 

"เฮีย!!ลื้อเอาอะไรออกมาน่ะ"

 

 

มีดขนาดเล็กอันหนึ่งและเกียงที่ไว้ฉาบปูนขนาดใหญ่อีกอันหนึ่งถูกควักออกมาจากกระเป๋า

 

 

"อั้วะ อยากจะลองดู..."

 

 

"เห็นเค้าบอกว่ากล้วยตานีมียางไม่เหมือนในต้นไม้แบบอื่น"

 

 

"ที่อั้วะขโมยเอามาปลูกรอมันโตก็เพื่อพิสูจน์นี่แหล่ะ เอาล่ะ!!ทุกคนพร้อมยังล่ะ"

 

 

ชายหนุ่มอีกสองคนส่องไฟฉายที่มีแสงผ่านจากกระบอกทรงยาวตรงมาที่ต้นกล้วยตานีที่สูงตะหง่านต้นนั้น

ส่วนเตียงหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่อุ้มกระเตงเด็กมาด้วยยืนดูใกล้ๆด้วยความระทึก

 

 

 

จึ๊ก

 

 

 

ซ๊วบ

 

 

 

ซ๊วบบบ

 

 

 

เสียงมีดด้ามเล็กแทงเข้าไปกลางลำต้นกล้วยดังชัดออกมาท่ามกลางอากาศที่เย็นลงกว่าเดิมทุกที

ตามเสียงมีดที่แทงลงไปกลางลำต้นทุกคนหยุดยืนดูด้วยความเงียบ

แต่เสียงหัวใจของทุกคนต่างหาก

ที่ดังระรัวส่งเสียงออกมาแทนความในใจที่กลัวว่าสิ่งที่จะเห็นตรงหน้านั้นเป็นอย่างที่คิด

 

แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่เป็นเช่นนั้น

ตามจังหวะการถอนมีดในแต่ละครั้งยางของต้นกล้วยก็ไหลออกมาแบบปริ่มๆ

น้ำสีปูนแดงที่ไหลออกมากระปริดกระปรอยสร้างความโล่งใจให้กับคนทั้ง 4 

ยังไม่เท่าทันความคิดของทุกคนที่รู้สึกโล่งอกคิดว่าปลอดภัยแล้ว

 

เฮียหยิบเกียงขนาดใหญ่ทิ่มเข้าไปในรอยมีดที่เสียบเข้าไปในครั้งแรก

แล้วแงะเกียงที่เสียบเข้าไปนั้นดึงเอาหยวกกล้วยทั้งแผงหลุดออกจากต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา......

 

 

 

 

 

 

 

เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักไหลนองออกมาจากรอยแยกของหยวกกล้วยนั้น

กลิ่นสาปคาวเลือดลอยส่งคละคลุ้งออกมาทั่วบริเวณ

เลือดสีแดงสดนั้นยังคงไหลออกมาต่อเนื่องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ทุกคนรวมทั้งเฮียยืนนิ่งตะลึงงันต่อสิ่งที่พบอยู่ตรงหน้า

ยางกล้วยที่ทุกคนเคยเห็นมันช่างต่างกับยางสีแดงสดที่ไหลออกมาในวันนี้มาก

ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

เฮียก็ตะโกนเรียกทุกคนอย่างร้อนรนให้มาช่วยกันเอาหยวกกล้วยแปะติดเข้าไปที่เดิม

ในเวลานั้น...ทุกคนเหมือนถูกต้องมนต์ใครสั่งอะไรก็ ทำไปอย่างไม่ได้สติ

ต่างช่วยกันยกหยวกกล้วยที่หลุดออกจากต้นแปะเข้าไปที่เดิมตรงที่เลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่หยุดนั่นแหล่ะ

ทันทีที่ทุกคนทำหน้าที่ตามคำสั่งของเฮียจนเสร็จสิ้นด้วยความโกลาหลแล้ว

แรงที่ทุกคนมีเท่าไหร่ต่างใส่เข้าไปเต็มที่กับขาทั้งสองข้าง

ต่างวิ่งหนีเพื่อให้หลีกห่างจากภาพตรงนั้นให้ไกลที่สุด

 

 

...

 

 

 

...

 

 

 

ทุกคนมารู้สึกตัวได้สติเต็มที่เมื่อได้วิ่งสุดแรงเกิดมาเจอกันที่รถกะบะหน้าโกดัง

ต่างคนต่างเงียบไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากแม้เพิ่งจะพบเหตุการณ์ผิดธรรมชาติด้วยกันมาเมื่อกี๊

เฮียขับรถออกไปจากสถานที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็วและไม่หันกลับมามองที่ที่เพิ่งจะวิ่งหนีออกมาอีกเลย

เมื่อส่งทุกคนเข้าบ้านที่อยู่ในระแวกเดียวกัน

เตียงกับหลานที่ยังแบเบาะยังไม่ทันรู้ความก็ถึงบ้านโดยปลอดภัย

แต่มือที่เต็มไปด้วยเลือด เตียงยังสงสัยในเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือความฝัน

เตียงตั้งใจจะไม่ล้างมือ เพื่อเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญให้ทุกคนดูเมื่อเริ่มเช้าวันใหม่

แต่ด้วยความกลัวและหน้าที่ที่ต้องล้างจานในขณะที่ทุกคนหลับไปหมดแล้วทำให้หลักฐานชิ้นเดียวต้องสูญไป

เตียงเข้านอนและหลับไปด้วยความเพลีย

ก่อนจะหลับตาลงได้ภาวนารอเช้าวันใหม่ให้มาถึงโดยเร็วเพื่อจะกลับไปพิสูจน์เหตุการณ์เมื่อวานอีกครั้งหนึ่ง

 

แสงแรกแห่งเช้าวันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง

ด้วยบ้านที่อยู่ในตัวตลาดข่าวคราวต่างๆในหมู่บ้านมากมาย

ทั้งเรื่องซุบซิบคนและเรื่องต่างๆที่บ้านมักจะรับรู้ได้เร็วจากบรรดาแม่ค้าทั้งหลาย

เช้าวันนี้...ชาวบ้านต่างคุยกันถึงเรื่องหนึ่งที่เตียงรู้อยู่แก่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้

ทุกคนต่างคุยหัวข้อเรื่องเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่ดังโหยหวนอยู่ทั้งคืนในบริเวณโกดังที่เพิ่งไปมา

คนที่อยู่แถวนั้นเล่ากันว่า..

กลางดึกสงัดเมื่อคืนทุกบ้านต่างปิดหน้าต่างเงียบเพราะมีเสียงร้องของผู้หญิง

ที่กรีดร้องโหยหวนดังแว่วลอยมาตามลมโดยไม่รู้ที่มามาต้นเสียงมาจากไหน

เตียงอุบเงียบไม่กล้าบอกใคร

เพราะเรื่องราวลือกันกระฉ่อนอย่างนี้ถ้ารู้ถึงหูแม่ของตัวเองมันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาปกติแน่

ถ้าแม่รู้ว่าทำไมถึงเรื่องเช่นนี้ขึ้นคงต้องโดนลงโทษอย่างแน่นอน

 

พอเวลาผ่านไปถึงประมาณเที่ยงเฮียก็มาตามเตียงพร้อมด้วยชาวคณะกลับไปที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง

เวลากลางวันและกลางคืนมันให้ความรู้สึกต่างกันมาก

ทุกคนกล้าที่จะกลับไปอีกครั้งพร้อมสมาชิกที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน

แต่สิ่งที่เพิ่มมาอีกคือดอกไม้และธูปเทียน

ต้นกล้วยต้นเดิมก็ยังคงอยู่ตรงนั้น

แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นต่างจากเมื่อคืนคือรอบต้นกล้วยจะมีสีปูนแดง กระจายเป็นแป้งแห้งๆอยู่รอบต้น

หลังจากที่ทุกคนปักธูปและขอขมากันเป็นที่เรียบร้อยทุกคนก็ต่างแยกย้ายกลับบ้าน

ตั้งแต่นั้นทุกคนก็ไม่เคยกลับเข้าไปท้ายสวนหลังโกดังอีกต่อไป

 

 

แต่เสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงก็ยังคงดังแว่วต่อเนื่องทุกคืนอีกประมาณ 3-4 วัน

หลังจากนั้นเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวนจึงหายไป.................

จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยมีใครได้ยินเสียงนี้อีกเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปล.เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดจริงของน้าสาวของผมครับ

สถานที่จริงก็ยังมีอยู่แต่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 30 กว่าปีก่อนเยอะ

ส่วนเด็กเล็กที่ชื่อกานเป็นพี่ชายคนโตของผมตอนนั้นยังแบเบาะไม่รู้เรื่องเลย

 

ปล.2 น้าผมยืนยันชัดเจนว่ากลิ่นที่รับรู้ตอนนั้นมันไม่ใช่กลิ่นยางจากต้นกล้วยแน่นอน

และน้าผมก็ยังจำภาพวันนั้นได้จนถึงทุกวันนี้

 

 

 

 

 


MusicPlaylistRingtones
Create a MySpace Playlist at MixPod.com

edit @ 22 Sep 2009 15:05:51 by k_i

Comment

Comment:

Tweet

แค่เพลงก็หลอนละ เหอๆ

#36 By Duplicator (58.136.98.140) on 2010-10-30 04:42

ไม่น่าหลงเข้ามาอ่านเล้ยยยยย ให้สวยสิ หลอนอ่ะ แค่เพลงก็หลอนละ เหอๆ

#35 By ดินสอ (86.217.34.63) on 2009-10-01 04:44

= =


เอาเพลง ลงอย่างไงอ่า ?













เพราะชีวิต คือชีวิต เมื่อมี เอามาก็ มีเลิกไป

[ร้องถูกเปล่า ?- -"]

#34 By ♪_Alma-ata_♫ on 2009-09-24 21:16

โอ๊ะ embarrassed

ไม่อ่านได้มั้ยครับ กลัวอ่ะ sad smile sad smile sad smile

เอาให้ผมทำใจก่อนเดี๊ยวจะกลับมาอ่าน

ป.ล. ยังไม่ได้อ่านแล้วรู้ได้ไงว่าหลอน

เพราะ

แอบบอ่านคอมเม้นก่อน sad smile
เสียงส่วนใหญ่ว่าหลอนsad smile

#33 By j-di on 2009-09-24 01:51

แล้วตอนนี้ต้นกล้วยต้นนั้นยังอยู่มั้ยอ่ะ

(มาอ่านแล้วนะตามสัญญา เที่ยงคืนกว่าด้วยแหล่ะ พอดีช่วงนี้จิตปกติ เลยอ่านแล้วเฉย ๆ เพลงก็ฟังแล้วโหยหวนดี)

#32 By จอมบงการ on 2009-09-24 00:16

กรรมแล้ว มาอ่านเรื่องอย่างงี้ ตอนอยุ่ที่โรงแรมคนเดียว sad smile

#31 By salemanbps on 2009-09-23 00:46

แม่เจ้า!!!กลายเป็นบล็อกแนวหลอนไปแล้วววววว ขอสละตำแหน่งความหลอนให้กับ "เรื่องไม่กล้วย"ค่ะ เป็นเราคงกรี้ดตายตรงนั้นแน่ๆ
ปล.ไม่ส่งเรื่องเข้าประกวดบางหรือค่ะ หลอนขนาดนี้!

#30 By Praab on 2009-09-22 23:10

อ๋อ... TK park ฮะ

อยู่ฝั่งโรงหนัง ชั้น 8

ชิ้นทำงาน part-time ที่นั่นด้วยแล...

#29 By ลูกชิ้น on 2009-09-22 21:26

เพลงประกอบ ทำหลอน+สิบsad smile sad smile sad smile

#28 By Ruchesmowse on 2009-09-22 20:15

ได้ยินเสียงเพลงชักเริ่มวังเวง...ว่าจะไม่กลัวแล้วน่ะเนี่ย ไปดีกว่า...sad smile

#27 By ไผ่ลู่ลม on 2009-09-22 20:10

ไม่คาดคิดว่าจะได้อ่านเรื่องผี cry

#26 By binkybear on 2009-09-22 18:43

ผีไทย ต้องเปิดเพลงไทยค่ะ

#25 By on 2009-09-22 18:16

ปล.....ทำไมครั้งนี้มันมีเสียงเย็นๆด้วยงะ

น่ากลัวไปแล้ว ฮะ อากิ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว



angry smile angry smile angry smile
ไปดีฟ่า
ทนฟังม่ายยยยยยยยยยล่ายยยยยยยยยย

#24 By freeda on 2009-09-22 18:08

แว๊กกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

น่ากลัว

แล้วเสียงเพลงนั่นอีก

ไม่น่าเปิดลำโพงไว้เล้ยยยยยยยยยยยยย >.<

กะแล้วว่ามันทะแม่งๆ

#23 By mini-teddy on 2009-09-22 18:06

อ่า...ถ้าเข้าไปในสวนทำนองนั้น

จะไม่ไปยุ่งเด็ดขาด !

#22 By ลูกชิ้น on 2009-09-22 18:01

แวะมาตอบ ตอน 2

#11 เฮ้อ...อยากให้อ่านตอนกลางคืนอีกครั้งจัง มานะๆ

#12 ตอบเหมือนความเห็น11เลยครับ มานะๆ

#13 ฮ่าๆแต่ผมไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับโคราชหรอกนะครับ พอกลับบ้านก็อยู่แต่แถวบ้านไม่ไปไหนเลย

#14 ^ ^

#15,#17 คนบ้านเดียวกัน ฮ่าๆอาจเคยเจอกันแล้วนะครับเมืองมันเล็ก

#16 ป้ามาอ่านอีกหนเถอะนะถือว่าตามใจคนแต่งมันจะได้อารมณืสุดๆเลยนะป้าาาา

#18 ฮ่าๆเป็นผมผมก็ไปครับว่าแต่กลับมาอ่านอีกทีเถอะ อิอิ

#19 ลืมเล่าต่อครับ ตอนเช้าก้ยังเห็นแผลรอยที่มีดทิ่มนะครับ แต่เป้นแป้งสีขาวๆแต่ที่พื้นเป็นสีแดงแปลกแต่จริงครับ

#21 By k_i on 2009-09-22 17:49

แวะมาตอบ

#1 ก็เป็นประสบการณืที่ถ้าเลือกได้พี่ก็คงไม่ขอเจอนะจ๊ะ

ว่าแต่น้องหมอกไม่ลองซักหน่อยเหรอประสบการณ์แบบนี้ ระทึกดีน๊าาาา

#2 ฮ่าๆใช่เลยคนคนลองดีักจะเจอแบบนี้เสมอๆ

#3 ตามชื่อเลยครับ ฮ่าๆ

#4 ว๊าาา อยากให้อ่านตอนกลางคืนก่อนนอนจัง

#5 เรื่องจริงเลยครับ ผมฟังเองยังขนลุกเพราะเคยไปสถานที่จริงบ่อยๆตอนเด้กแต่น้าไม่ยักเล่าให้ฟังแฮะ -*-

#6 ว๊า เซ็งเลยตอนแรกกะอัพหัวค่ำเหมือนกัน แต่พอดีติดธุระเลยเขียนค้างไว้ มาพิมพ์ต่ออีกทีเอาเลยเที่ยงคืนแล้ว วัยรุ่นเซ็ง -*-

ปล.เจ๊เกี๊ยงก็พูดไปตอนนั้นไม่ทันตอนนี้ก็ยังได้อยู่นะยังไงถ้าเจ๊เกี๊ยงเจอคืนนี้ก็เอามาเล่าให้อ่านกันบ้างเน้อ ^ ^

#7 ว๊าา..ช่วยมาอ่านอีกทีตอนกลางคืนด้วยนะครับอารมณ์มันได้

#8 มาอ่านอีกทีนะครับเค้าเรียกซ้ำแผลเดิมจะไม่กลัว หึหึ

#9 พี่ชายผมจำอะัไรไม่ได้ครับเพราะเด้กเกิน

#10 ฮ่าๆ คำอุทานอันแรกนี่ได้ใจจริงๆ

#20 By k_i on 2009-09-22 17:43

เอ่อ..อ่านไป ลุ้นระทึกไปด้วย...ยังนั่งอยู่ที่ออฟฟิศ แต่ก็คนเริ่มทยอยกันกลับหลายคนแล้วค่ะ วังเวงวิเวก..เชียวล่ะ..sad smile

น่ากลัวมากๆค่ะ..แต่ไม่กล้าทดลองแน่ๆเลยค่ะ..

น่าสงสาร คุณกล้วยตานีเน๊อะ..เจ็บมากๆเลยนะนั่น..

ดีนะที่มาอ่านตอนเย็น

ถ้าอ่านตอนกลางดึกละแย่เลย

น่ากลัวมาก เป็นเราคงรออยู่ด้านนอก (แต่ไปนะ)

แงแง big smile

#18 By บินสูง on 2009-09-22 17:33

อยู่ตลาดในรึเปล่า แอ้อยู่แถวสถานีรถไฟน่ะ
พ่อกับแม่เป็นครูโรงเรียนสวัสดิ์ค่ะ ไม่ได้เรียนที่นั่นใช่ป่ะ

big smile

#17 By แอ้ on 2009-09-22 17:13

อ่านแล้วขนลุกเลยอ่ะ เพลงสยองมากมายด้วยล่ะ อากิ้ว

ดีนะป้ามาอ่านตอนยังไม่มืดไม่งั้นนอนไม่หลับอีก

ไปหาที่พิสูจน์กันใหม่ะเถอะ confused smile confused smile

#16 By Pat's Song on 2009-09-22 16:47

เอ่อ.. ไม่ใช่แค่อำเภอเดียวกัน ยังตำบลเดียวกันกะบ้านแอ้ด้วยแฮะ.. sad smile


หลอนมากกกก ใช้ได้ทีเดียวเอาไป 5 กะโหลกเลย..

#15 By แอ้ on 2009-09-22 16:01

ฮื้อ...ขนลุก น่ากลัวangry smile angry smile angry smile

#14 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-09-22 14:20

เป็นคนโคราชเหรอคะนี่

ชอบโคราชค่ะ

เพราะไปเรียนมหาลัยที่นั่น

รักย่าโมค่ะ

big smile

#13 By tae_moship on 2009-09-22 13:09

โชคดีที่อ่านกลางวัน.. ขนลุก....

#12 By kriangkrai on 2009-09-22 12:34

โชคดีที่ได้อ่านตอนสว่าง คิดภาพตามแล้วขนลุกเลยค่ะ

#11 By elRion on 2009-09-22 12:28

เยดดดดดดดดดด น่ากลัวโคตร

#10 By LungDeng on 2009-09-22 11:33

เหอะๆ อุ้มเด็กไปลองของด้วยทีเดียวsad smile
คืนนี้ฝันร้ายแน่เล๊ย sad smile

#8 By ~NuDeE~ on 2009-09-22 10:48

หลอนได้นะค่ะเนี่ย

ดีนะค่ะที่อ่านตอนเช้าอ่ะค่ะconfused smile

#7 By finch on 2009-09-22 10:24

ก่อนอื่น ต้องบอกว่า โชคดีมากที่เมื่อคืนหลับไวกว่าปกติ sad smile sad smile sad smile

ไม่งั้นคงเป็นคนแรก ที่หลอนเพราะไม่คิดว่า จขบ.จะมีอารมณ์มาอัพเรื่องแบบนี้ตอนจะเที่ยงคืน ( จขบ..ต้องไม่ปกติแน่นอนsad smile sad smile sad smile

ส่วนเรื่องที่อากิ้วได้เล่ามานั้น อาเกี๊ยงคิดว่า อาเกี๊ยงพลาด มาแบบนิ่งๆ แต่ขนลุกได้อีก ส่วนอีกบล็อค(ไม่ขอเอยนาม) เรื่อง มาแบบรุนแรง น่ากลัว กลับไม่น่ากลัวเท่าเรื่องนี้ (ซึ่งหลงกลัวไปตั้งนาน) แต่บล็อคนี้อ่านแบบ..ไม่คิดกลัว แต่หลอนได้อีก กลิ่นเลือดนี่ลอยมาเลย ขอบคุณนะ

ปล.อากิ้วน่าจะโตทันไปร่วมประสบการณ์ดีๆอย่างนี้นะ น่าเสียดายจัง หุ หุ

#6 By freeda on 2009-09-22 09:44

อ่านไประทึกไปแต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องแต่ง

ที่ไหนเรื่องจริงหรือนี่???

หลอนฉะมัด

#5 By Seam - C on 2009-09-22 09:27

สยองได้อีก...ดีนะที่นี่เป็นตอนเช้าแล้วsad smile

#4 By Nart on 2009-09-22 09:04

ไม่กล้วยจริงๆด้วยน่ากลัวเลยแหละครับ

#3 By XEGXEF on 2009-09-22 08:08

แง๊..น่ากลัวจังค่ะ..ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เนาะเรื่องแบบนี้..cry

#2 By Kiss The Rain on 2009-09-22 06:08

(โอ๊ะ เมนต์แรกรึเปล่านะ *3*)
มันก็ยังกล้วยอยู่ดีนั่นแหละพี่กิ้ว
แต่หลอนได้ใจ...=[]='' ตอนที่ยางสีแดงทะลักออกมานั่นแหละ (โฮกกก)
โชคดีที่หมอกนั่งอ่านตอนเช้า
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันเป็นเรื่องจริง.... เป็นประสบการณ์ที่หายากนะคะเนี่ย

#1 By หมอก on 2009-09-22 06:08