Photobucket

 

18.30 น.ปลายปีพศ. 2517  ณ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

 

 

 

"เตียง!!!!ไปดูต้นกล้วยกัน"

 

 

"อะไรเฮียไปตอนนี้เนี่ยนะ"

 

 

"เออน่า...ไม่ไปดูตอนนี้จะไปดูตอนไหนล่ะ!!!ลื้อจะไปไม๊"

 

 

"เออๆ อั้วะไปด้วย เดี๋ยวเตียงเอาไอ้กานไปด้วยนะไม่มีคนเฝ้า"

 

 

"ได้!!!เร็วๆเข้าล่ะคนอื่นรออยู่"

 

 

หนุ่มสาววัยคะนองรวม 4- 5คนก็กระโดดขึ้นท้ายรถกะบะ

และออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่อยู่ไม่ไกลบ้านนัก

 

 

"เฮีย..แล้วต้นกล้วยนี่ลื้อเอามาปลูกได้ไงล่ะ"

 

 

"อ้อ อั้วะไปแอบตัดมาจากสวนคนอื่น"

 

 

"แต่สวนกล้วยที่อั้วะแอบไปตัดมานี่ดีนะ ไม่ต้องมียามเฝ้าก็ไม่มีขโมยกล้าไปยุ่ง"

 

 

"อ้าว ทำไมล่ะ"

 

 

 

 

...

 

 

 

 

"......ที่มันแรง"

 

 

 

 

เด็กวัยรุ่นหนุ่มสาว 4 คนเดินถือไฟฉายแอบเข้าโกดังลานตากมันสัมปะหลัง

ทุกคนเดินทะลุผ่านตัวลานตากมันมุ่งตรงไปยังสวนรกร้างท้ายโกดัง

ไฟจากดวงจันทร์ส่องสลัวๆทั่วอาณาบริเวณ

แม้ไม่ใช่คืนเดือนแรม

แต่แสงจากพระจันทร์ที่มีอยู่เบาบางก็สามารถส่องจับเค้าร่างของพื้นที่ให้ทุกคนพอคลำเห็นทางได้

 

 

กร๊อบบบบบ...แกร๊บบบบบบ

 

 

กร๊อบบบบบ....แกร๊บบบบบบบบบบบบ

 

 

เสียงย่ำเท้าลงบนใบไม้แห้งดังขึ้น

ดังชัดมาจากกลุ่มคนจำนวนหนึ่งแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของช่วงเวลาโพล้เพล้

ทุกอย่างนิ่งสงบราวกับภาพถ่ายที่สต๊าฟทุกอย่างไว้นิ่งอย่างนั้นโดยไม่มีการเคลื่อนไหว

ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัด หรือเสียงสรรพสัตว์ที่อยู่โดยรอบ

 

 

"เฮีย.."

 

 

"เฮียยย.."

 

 

"อะไร!!!เตียง"

 

 

"แล้วลื้อแอบปลูกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

 

 

"อั้วะตัดหน่อเอามาปลูกได้ 3 เดือนก่อน..ตอนนี้มันโตพอที่จะให้อั้วะพิสูจน์อะไรบางอย่างแล้วล่ะ"

 

 

"....."

 

 

"ลื้อจะกลับก่อนก็ได้นะ เห็นเอาอากานมาด้วยเดี๋ยวจะขวัญเสียซะเปล่า"

 

 

"บ้า!!!เฮียพูดไรอย่างนั้น ที่อั้วะมาเพราะอยากเห็นนี่แหล่ะ อั้วะอยากรู้เหมือนกัน"

 

 

หลังจากที่จอดรถกะบะไว้หน้าโกดัง

จนงัดประตูโกดังแล้วเดินส่องไฟฉายฝ่าความมืดและเดินทะลุโกดังมาจนถึงสวนท้ายโกดัง

เวลาผ่านไปเร็วจนเริ่มดึกสงัดทุกอย่างยิ่งตกอยู่ในความมืดมิดกว่าเดิมอีก

แสงจันทร์ที่พอส่องให้เห็นพื้นที่โดยรอบกลับมืดดำลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อย่างเข้าสู่สวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่

เสียงรอบข้างที่ว่าเงียบแล้ว

จนเมื่อทุกคนย่างเท้าเหยียบเข้าสู่พื้นดินสวนท้ายโกดังเสียงจากรอบข้างกลับเงียบไร้เสียงอะไรมากกว่าเดิมอีก

ความหนาวเย็นของอากาศที่เหยียบเข้าฤดูหนาวเริ่มเข้าแผ่ครอบคลุมกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ 4

 

จากที่ต่างคนต่างเดินเต็มไปด้วยความคึกคะนอง

มาตอนนี้ทุกคนกลับเดินจับกลุ่มกันแน่น

ราวกับต้องการให้ความอบอุ่นจากร่างกายส่งถึงกันเพื่อลดความหนาวเย็นของบรรยากาศ ณ ตอนนี้

จากระยะทางหน้าโกดังถึงท้ายสวนที่ทุกคนคุ้นกันดีอยู่แล้วเมื่อเข้ามาวิ่งเล่นเป็นประจำในตอนกลางวัน

แต่ด้วยความมืด+อากาศที่หนาวเย็นลงทุกทีทุกที

และบรรยากาศบางอย่างที่ทุกคนสัมผัสได้แต่บอกเล่าออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

ทำให้เวลาในการเดินช้าลงกว่าเก่ามาก

ราวกับสถานที่ที่กำลังจะไปทุกคนต่างไม่เคยมามาก่อน

ราว20-30 นาทีที่ทุกคนเดินเกาะกลุ่มมาตลอดทางก็มาถึงจุดหมายกันเสียที

ต้นกล้วยตานีอายุ 3เดือนสูงตะหง่านแผ่ใบกว้างสวยงาม

เป็นต้นกล้วยที่สมบูรณ์โตเร็วผิดกับกล้วยชนิดอื่นมากปรากฎเด่นชัดอยู่ตรงหน้าคนทั้ง 4

 

 

ควั้กกก...ก่อกแก่กๆๆๆ

 

 

"เฮีย!!ลื้อเอาอะไรออกมาน่ะ"

 

 

มีดขนาดเล็กอันหนึ่งและเกียงที่ไว้ฉาบปูนขนาดใหญ่อีกอันหนึ่งถูกควักออกมาจากกระเป๋า

 

 

"อั้วะ อยากจะลองดู..."

 

 

"เห็นเค้าบอกว่ากล้วยตานีมียางไม่เหมือนในต้นไม้แบบอื่น"

 

 

"ที่อั้วะขโมยเอามาปลูกรอมันโตก็เพื่อพิสูจน์นี่แหล่ะ เอาล่ะ!!ทุกคนพร้อมยังล่ะ"

 

 

ชายหนุ่มอีกสองคนส่องไฟฉายที่มีแสงผ่านจากกระบอกทรงยาวตรงมาที่ต้นกล้วยตานีที่สูงตะหง่านต้นนั้น

ส่วนเตียงหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่อุ้มกระเตงเด็กมาด้วยยืนดูใกล้ๆด้วยความระทึก

 

 

 

จึ๊ก

 

 

 

ซ๊วบ

 

 

 

ซ๊วบบบ

 

 

 

เสียงมีดด้ามเล็กแทงเข้าไปกลางลำต้นกล้วยดังชัดออกมาท่ามกลางอากาศที่เย็นลงกว่าเดิมทุกที

ตามเสียงมีดที่แทงลงไปกลางลำต้นทุกคนหยุดยืนดูด้วยความเงียบ

แต่เสียงหัวใจของทุกคนต่างหาก

ที่ดังระรัวส่งเสียงออกมาแทนความในใจที่กลัวว่าสิ่งที่จะเห็นตรงหน้านั้นเป็นอย่างที่คิด

 

แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่เป็นเช่นนั้น

ตามจังหวะการถอนมีดในแต่ละครั้งยางของต้นกล้วยก็ไหลออกมาแบบปริ่มๆ

น้ำสีปูนแดงที่ไหลออกมากระปริดกระปรอยสร้างความโล่งใจให้กับคนทั้ง 4 

ยังไม่เท่าทันความคิดของทุกคนที่รู้สึกโล่งอกคิดว่าปลอดภัยแล้ว

 

เฮียหยิบเกียงขนาดใหญ่ทิ่มเข้าไปในรอยมีดที่เสียบเข้าไปในครั้งแรก

แล้วแงะเกียงที่เสียบเข้าไปนั้นดึงเอาหยวกกล้วยทั้งแผงหลุดออกจากต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา......

 

 

 

 

 

 

 

เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักไหลนองออกมาจากรอยแยกของหยวกกล้วยนั้น

กลิ่นสาปคาวเลือดลอยส่งคละคลุ้งออกมาทั่วบริเวณ

เลือดสีแดงสดนั้นยังคงไหลออกมาต่อเนื่องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ทุกคนรวมทั้งเฮียยืนนิ่งตะลึงงันต่อสิ่งที่พบอยู่ตรงหน้า

ยางกล้วยที่ทุกคนเคยเห็นมันช่างต่างกับยางสีแดงสดที่ไหลออกมาในวันนี้มาก

ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

เฮียก็ตะโกนเรียกทุกคนอย่างร้อนรนให้มาช่วยกันเอาหยวกกล้วยแปะติดเข้าไปที่เดิม

ในเวลานั้น...ทุกคนเหมือนถูกต้องมนต์ใครสั่งอะไรก็ ทำไปอย่างไม่ได้สติ

ต่างช่วยกันยกหยวกกล้วยที่หลุดออกจากต้นแปะเข้าไปที่เดิมตรงที่เลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่หยุดนั่นแหล่ะ

ทันทีที่ทุกคนทำหน้าที่ตามคำสั่งของเฮียจนเสร็จสิ้นด้วยความโกลาหลแล้ว

แรงที่ทุกคนมีเท่าไหร่ต่างใส่เข้าไปเต็มที่กับขาทั้งสองข้าง

ต่างวิ่งหนีเพื่อให้หลีกห่างจากภาพตรงนั้นให้ไกลที่สุด

 

 

...

 

 

 

...

 

 

 

ทุกคนมารู้สึกตัวได้สติเต็มที่เมื่อได้วิ่งสุดแรงเกิดมาเจอกันที่รถกะบะหน้าโกดัง

ต่างคนต่างเงียบไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากแม้เพิ่งจะพบเหตุการณ์ผิดธรรมชาติด้วยกันมาเมื่อกี๊

เฮียขับรถออกไปจากสถานที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็วและไม่หันกลับมามองที่ที่เพิ่งจะวิ่งหนีออกมาอีกเลย

เมื่อส่งทุกคนเข้าบ้านที่อยู่ในระแวกเดียวกัน

เตียงกับหลานที่ยังแบเบาะยังไม่ทันรู้ความก็ถึงบ้านโดยปลอดภัย

แต่มือที่เต็มไปด้วยเลือด เตียงยังสงสัยในเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือความฝัน

เตียงตั้งใจจะไม่ล้างมือ เพื่อเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญให้ทุกคนดูเมื่อเริ่มเช้าวันใหม่

แต่ด้วยความกลัวและหน้าที่ที่ต้องล้างจานในขณะที่ทุกคนหลับไปหมดแล้วทำให้หลักฐานชิ้นเดียวต้องสูญไป

เตียงเข้านอ