เรื่อง...กล้วย กล้วย

posted on 19 Sep 2009 18:12 by ik-kiiu

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.00 PM


 

 

ปกติคนที่บ้านกินกล้วยกันไหมครับ

วันนี้ที่ถามจั่วหัวไว้เช่นนี้

พอดีวันนี้เดินลงไปห้องครัวเห็นกล้วยหอมวางไว้อยู่ 2 ลูก

ทำให้ผมเกิดข้อสงสัยกับตัวเองครับว่าทำไมตั้งแต่เริ่มโตเป็นหนุ่มแล้วถึงไม่ชอบกินกล้วยหวา

ทั้งที่จริงแล้วกล้วยกับวิถีการบริโภคของคนไทยนี่แทบจะแยกกันไม่ขาดเลยนะครับ

กินกันตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่มากๆกระทั่งอาหารเด็กอ่อนหรือคนป่วยที่ไม่สามารถกินอาหารอะไรได้

ก็มีกล้วยนี่แหล่ะครับที่ใช้เป็นอาหารเสริมสุขภาพ

ตั้งแต่เล็กแต่น้อยเท่าที่จำความได้ในสมัยผมยังเด็กละอ่อน

อาม่าผม(ยาย)บดกล้วยแล้วเทลงพื้นให้ผมกินตอนเด็กๆ(ไม่ใช่แล้วบดแล้วป้อนต่างหากเล่า -*-)

และในบางครั้งที่ในบ้านไม่มีอาหารหลงเหลือให้บรรดาหลานๆทั้งสี่กิน

จะมีกล้วยเครือนึง(เยอะไปไม๊)วางนอนยิ้มหน้างอรอไว้บนโต๊ะเสมอ

เท่าที่จำได้กล้วยในอดีตมันเหมือนเป็นอาหารราคาถูกที่แทบจะแจกกันฟรีเลย

บ้านไหนเค้าก็ปลูกกล้วยกันครับ

และเสน่ห์ของพืชนิดนี้ก็สารพัดประโยชน์มากๆสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างผม

เช่น เอาใบกล้วยมารูดใบออกเหลือตรงปลายไว้นิดนึงแล้วเอาเชือกผูกปลายสองข้าง

มาทำเป็นม้าก้านกล้วยขี่ดริฟท์อวดกันมันส์

เล่นโอน้อยออกใครแพ้ก็จะเป็นฝ่ายลากหยวกกล้วยให้คนชนะนั่งไขว้ห้างสบายอุราลากกันไปตามยถากรรม

หรือเอาง่ายๆที่จำได้ดีคือ ตอนผมเล่นซนไม่กลับบ้านซักที

อาม่าคนเดิมอีกเช่นกันครับเอาก้านกล้วยนี่แหล่ะฟาดผมอย่างสนุกมือ(ติดซาดิสม์มาจากยายนั่นเอง ฮ่าๆ)

 

มาจนถึงทุกวันนี้ผมลืมไปแล้วครับว่าหย่าขาดจากการกินกล้วยนี่มานานแค่ไหน

แต่ ณ ปัจจุบันผมก็ยังพบว่ากล้วยเป็นอาหารที่ยังยอดนิยมอยู่ในทุกวันนี้

ด้วยความที่ไม่ชอบกินกล้วยแต่ชอบกินชอคโกแลตมาก

ผมก็ไม่เข้าใจนะว่าพอรวมร่างกันเป็นโรตีกล้วย+ชอคโกแลต ไอ้สองสิ่งนี้มันเข้ากันได้ตรงไหน

แต่พอจะทราบมาจากหลายคนบ้างว่า เมื่อสองสิ่งนี้มารวมอยู่ด้วยกันเมื่อไหร่เป็นเรื่องครับ

สาวๆชอบชื่นกันมากครับ ทั้งจากไอติม,เครป,โรตี

ไม่ใช่ว่าผมอคติโดยไม่เคยลิ้มชิมรสนะครับ เคยลองชิมแล้วไม่เห็นมันจะเข้ากันตรงไหนเลย

เอ่อ.................ส่วนตัวไปนิดเข้าเรื่องดีกว่า

 

ด้วยความสงสัยและบังเอิญช่วงนี้ผมอยู่ในช่วงลดน้ำหนักทำให้สนใจเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ

เลยอ่านไปเจอคอลัมน์นี้เข้าครับ

จากญี่ปุ่น -นกุล ว่องฐิติวงศ์ ในหนังสือมติชนรายสัปดาห์เมื่อนานมาแล้ว

เค้าลงเรื่องความนิยมบริโภคกล้วยหอมของสาวๆญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการลดน้ำหนักกันครับ

เค้าเล่าว่าหนุ่มสาวชนชาวแจปนิยมจะกินกล้วยหอม 2 ลูกทุกเช้าพร้อมน้ำเปล่า

ส่วนอาหารมื้อต่อไปหลังจากนั้นก็กินปกติครับ

ปรากฎว่าภายใน 1 เดือนน้ำหนักลงไปเยอะเลยครับจะกี่กิโลนั้นผมไม่ค่อยแน่ใจน่าจะ 3-5 กิโลได้มั้ง

ทำให้กล้วยหอมเป็นสินค้าขายดีขาดตลาด

และส่งผลให้กล้วยหอมซึ่งเป็นสินค้าส่งออกชั้นดีของบ้านเราขายดีไปด้วย

ทางนั้นเค้าเชื่อกันนะครับว่ากล้วยหอมสุกจะมีสารบางตัวที่มีในกล้วยจะเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นเอ็นไซม์

ซึ่งเอนไซม์ที่มีในกล้วยจะมีหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรทหรือพวกแป้งและน้ำตาลไม่ให้เป็นไขมันสะสมนั่นเอง

 

เค้าว่ากันอย่างนั้นครับ

ความเชื่อในบางชั่วขณะนั้นถ้าคนที่มีัหัวการค้าหน่อยก็ทำความเชื่อให้เป็นเงินได้ครับ

ก็หมือนบ้านเราแหล่ะครับ

เหมือนช่วงปีสองปีก่อนถ้าใครนิยมอะไรกันถ้าเกาะกระแสไปด้วยรวยไม่รู้เรื่องครับอย่างจตุคามนั่นไง

อ่ะ.....มาว่ากันต่อดีกว่านะครับ

หลังจากอ่านประเด็นเรื่องกล้วยแล้วมันน่าสนใจมากเพราะมันน่าจะประโยชน์แก่ผมและผู้อ่านมาก

ทำให้ผมต้องไปขอความช่วยเหลือจากพี่เกิ้ล

จากที่เสาะถาม

ทีนี้เราก็มาดูกันว่าจริงๆแล้วในกล้วยนั้นมีเอนไซม์เพื่อย่อยสลายไขมันสะสมจริงรึเปล่า

ในกล้วยหอม 1 ลูกนะครับจะมีคาร์โบไฮเดรทที่มีน้ำตาลอยู่สามชนิดคือ

 

1.ซูโครส = มีลักษณะเป็นผลึก ละลายน้ำได้ดี พบในอ้อย ตาล มะพร้าว หัวบีท น้ำผึ้ง

เอาง่ายๆเค้าเรียกอีกชื่อคือ น้ำตาลทราย ไว้ใช้กันในครัวเรือนนั่นแหล่ะครับ

 

2.ฟรุกโตส = เป็นน้ำตาลอีกแบบหนึ่งที่มีรสหวานที่สุดพบได้ในผัก ผลไม้ น้ำผึ้ง

บทความทางการแพทย์เท่าที่อ่านมากเค้าใช้น้ำตาลฟลุกโตสจากผลไม้กับคนที่เป็นเบาหวานครับ

เพราะเมื่อเช็คระดับน้ำตาลเมื่อย่อยสลายแล้วจะมีค่าน้ำตาลสะสมน้อยกว่าน้ำตาลทรายเยอะเลย

แต่เค้าเตือนให้กินแต่น้อยครับแค่กินฟลุกโตสเพื่อให้ลดความอยากของหวานได้ระดับหนึ่งเท่านั้นเอง

 

3.กลูโคส= เป็นน้ำตาลที่มีอยู่น้ำตาลในทุกชนิดครับ เช่นน้ำตาลทราย(กลูโคส+ฟรุกโตส)

พบใน ผัก ผลไม้ องุ่น ข้าวโพด น้ำผึ้ง เป็นน้ำตาลที่สลายให้พลังงานมากที่สุดในสิ่งมีชีวิต

ทางการแพทย์ใช้กลูโคสเป็นแหล่งพลังงานที่ต้องการใช้อย่างรวดเร็ว เช่น ในคนป่วยที่อ่อนแอ

เราจะพบน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดเสมอครับ ที่เค้าบอกกันว่ามีน้ำตาลในกระแสเลือดก็คือตัวนี้แหล่ะครับ

 

มีวิตามินเอและซี:เป็นสารอาหารที่ไว้ปกป้องเซลล์ร่างกายจากความเสื่อมหรือเป็นวิตามินต้านอนุมูลอิสระ

มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และมีโปรตัสเซียมสูง(พวกนี้ช่วยอะไรไปหากันเองนะครับ)

มีสารเพ็คติน เส้นใย และกากที่ช่วยในการระบาย ขับถ่าย ผมว่าสารตัวนี้แหล่ะที่เป็นประโยชน์อย่างชัดสุด

มีสารโคโลเมียมกระตุ้นกระบวนการเมตาบอริซึ่มของลูโคส(อาจเป็นสาเหตุในการช่วยลดความอ้วน

 

เฮ้อ..........หาข้อมูลเล่นเอาซะเหนื่อยเลยแฮะ

ถึงเคยเรียนมาบ้างแล้วทั้งนั้นตอนสมัยเด็กๆแต่จำไม่ได้เลยซักนิดเลยต้องพึ่งพี่เกิ้ลเอา - -"

เค้ายังบอกอีกว่าเวลากินกล้วยหอมซึ่งมีสารอาหารดังที่ร่ายยาวไปเนี่ย

มันจะทำให้อารมณ์ดี คลายเครียด ทำให้หายเศร้าหมอง มีความสุข(จริงเหรอ)

เพราะอะไรล่ะ

เพราะกล้วยหอมมีสาร Trypotophan แปลงกรดอะมิโนในโปรตีนให้เป็นสาร Serotonin ทำให้เกิดความสุข

ทำให้ร่าเริง(ยิ่งอ่านเหมือนเป็นผลจากการไปเสพอะไรมากกว่าผลจากกินกล้วยมากกว่าแฮะ)

 

ล่าสุดเลยครับตะกี๊เพิ่งไปอ่านเพิ่มเติมมาจาก Fw.Mail เค้าว่ากันถึงคุณประโยชน์ของกล้วยหอม

เดี๋ยวลองอ่านกันดูนะครับว่ากล้วยหอมมีประโยชน์ต่อร่างกายยังไงบ้าง เยอะเลยล่ะลองอ่านกันดูนะ

 

โรคซึมเศร้า: มีสารกรดอะมิโนโปรตีนtryptophanที่แปลงเป็นserotoninกระตุ้นให้ร่างกายผ่อนคลาย สดใส

pms (premenstrual syndrome): สำหรับสตรีที่มีประจำเดือนครับสามารถป้องกันอาการปวดหัวปวดท้อง

โรคโลหิตจาง (Anemia): มีธาตุเหล็กกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮีโมโกลบินหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้

ความดันโลหิต (Blood Pressure): มีโปรแตสเซียมเหลืองเป็นตัวช่วยความดันเลือด

เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power): โปรแตสเซียมช่วยให้ตื่นตัว สดใสทำให้สมองสดชื่นหากกินตอนเช้า

อาการท้องผูก (Constipation): เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี

เมาค้าง (Hangovers): นำไปปั่นกับน้ำผึ้งจะมีวิตามินช่วยปรับน้ำตาลในเส้นเลือดและทำให้กระเพาะโล่ง

จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn): มีสารลดกรดตามธรรมชาติการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการได้

Morning Sickness(อาการเมาที่นอนขี้เกียจตื่น): ช่วยปรับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการในตอนเช้าได้

บรรเทาแผลยุงกัด: ก่อนทายาลองใช้เปลือกด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัดจะช่วยลดคันหรือบวมได้

ระบบประสาท (Nerves): วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียดและอ่อนล้าได้

อ้วนจากทำงานมากเกินไป: กินน้อยๆทุก ๆ 2 ชม.ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินจุกจิก

แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล (Ulcers): สารและเส้นใยช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดี รวมทั้งกรดต่างๆทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะลดการเป็นแผลในกระเพาะ

ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย(Temperature Control): มีคนเชื่อว่ามันเป็นผลไม้เย็นกินแล้วจะรู้สึกเย็น

ลดความอยากบุหรี่: มีวิตามิน B6, B12 โปแตสเซียม,แม็กนีเซียมช่วยร่างกายฟื้นตัวจากการขาดนิโคติน

คราวนี้มาลองเปรียบเทียบกับแอปเปิลที่สาวๆ(แฟนเก่าผมเอง)มักกินแทนข้าวเวลาลดความอ้วนกันนะครับ

- กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า

- มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า

- ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า

- วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า

- วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า

โอ้...ประโยชน์เหลือร้ายยังไงก็ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Fw.mail ที่ช่วยเพิ่มเนื้อหามาใน ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

ก็.....เท่าที่ไปค้นหามาอ่านกล้วยหอมช่างมีประโยชน์แก่ร่างกายจริงๆนะครับ

สำหรับคนลดหุ่นยังไงก็ลองมากินกล้วยกันดูนะครับ

และที่สำคัญผมว่านะใครที่กินกล้วยหอม 2 ลูก กับน้ำเปล