เย็นวันหยุดวันหนึ่ง...............

 

หญิงสาวแวะร้านต้นไม้ข้างทาง

 

ที่ตั้งขายเรียงรายบนเส้นทางเดิมที่คุ้นตา

 

เพื่อเดินดูต้นไม้หรือของประดับเพื่อตกแต่งสวนให้เพลินตา

 

นี่อาจเป็นกิจกรรมผ่อนคลายเล็กๆส่วนหนึ่งนอกเหนือจากภาระชีวิตในแต่ละวัน

 

 

ชายหนุ่มคนขายเดินเข้ามา

 

หน้าตาประมาณเด็กแนว(หน้า)หน้าตาไม่ค่อยน่าไว้วางใจ

 

แจกแจงราคาต้นไม้ชนิดต่างๆโดยที่ไม่ทันได้ถามอะไร

 

หญิงสาวตัดบทบอกความจำนงหลังยืนฟังได้ไม่นานว่า

 

ต้นไม้ที่พูดมามีหมดแล้ว

 

แค่มีข้อสงสัยบางเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้ที่บ้าน

 

เลยอยากมาถามร้านต้นไม้ว่าดอกไม้ที่บ้านซื้อมาแล้วทำไมถึงไม่ยอมออกดอก

 

คนขายเด็กแนว...มองหน้าหญิงสาวนิ่งๆทำท่าครุ่นคิดแล้วถามว่า

 

 

" บ้านคุณอยู่ไหน ใหญ่ไม๊ "

 

 

ความระแวงเกิดขึ้นในใจ

 

 

" บ้านชั้น.......แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วยยะ "หญิงสาวคิดในใจแต่สีหน้าแสดงความฉงนออกมานอกใจ

 

 

หญิงสาวระวังตัวมากขึ้นแต่ด้วยมารยาทสังคมการสนทนายังคงดำเนินต่อ

 

น่าน.....ยังไม่หยุด เขายังคงละลาบละล้วงถามต่อ

 

 

" ที่บ้านมีต้นไม่กี่ต้นอะไรบ้าง บ้านมีกี่ชั้น"

 

 

และถามคำถามต่ออีกหลายเรื่องทั้งที่หญิงสาวคิดว่าไม่น่าเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เธอต้องการรู้

 

ด้วยระแวงหญิงสาวจึงตอบไปแบบระวังแทบทุกคำถาม

 

จนเมื่อหญิงสาวตอบแบบเสียไม่ได้ในทุกคำถาม

 

ความจริงบางอย่างที่สงสัยก็กระจ่าง

 

เมื่อเขา...สรุปจากข้อมูลที่ได้รับ

 

 

"เอ่อ..ที่ต้นไม้ไม่ออกดอกเพราะมีไม้ใหญ่และบ้านบังแสงแดดครับ"

 

 

"ส่วนต้นไม้ที่มันโตไม่เต็มที่เพราะคุณปลูกต้นไม้หนาแน่นเกินไป"

 

 

และยังสอนวิธีที่จะปลูกต้นไม้ให้ออกดอกสวยงาม

 

รวมไปถึงขั้นตอนต่างๆในการดูแลรักษาต้นไม้ที่หญิงสาวไม่เคยรับรู้มาก่อน

 

ตลอดเวลาที่เขาเปิดบรรยายภาคพิเศษนอกสถานที่

 

หญิงสาวได้แต่ยืนฟังนิ่ง..............

 

ความระแวงถือดีหมดสิ้นไปจากใจ

 

ซ้ำยังรู้สึกผิดเล็กๆที่ไม่ไว้ใจมองคนอื่นในแง่ลบซะก่อน

 

ทั้งๆที่ยังไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอเขา

 

ดันไปตัดสินนิสัยคนอื่นซะแล้วว่าเค้าน่าจะเป็นคนคิดประสงค์ไม่ดี

 

คำสอนหนึ่งที่เคยได้รับจากยายสอนหลานยามอวดดีแว่บขึ้นมาในความคิด

 

 

 

 

 

" สามคนเดินมา หนึ่งในนั้นคือครูฉัน"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10.55 Am

 

 

 

 

สวัสดีค่ำคืนของวันอังคารนะครับ 

 

เรื่องที่เล่าให้อ่านกันวันนี้มาจาก" เปิดห่อคำยาย "ของคุณ ขนิษฐา ขนิษฐานันท์

 

หลังจากที่ผมอ่านเล่มนี้เสร็จ

 

ผมนึกถึงคำสอนในอดีตจากหนังสือที่เคยอ่าน

 

ขงจื้อได้กล่าวเอาไว้นานแล้วว่า..........

 

คนฉลาดย่อมรู้จักถ่อมตัว

 

เพราะนั่นอาจจะทำให้เราเรียนรู้อะไรดีๆจากคนอื่นได้มากมาย

 

คนที่ให้ความรู้เราไม่จำกัดเพียงแค่ครูอาจารย์

 

คนเดินถนนที่เดินสวนกับเรา หนึ่งในสามนั้นอาจให้ความรู้เราก็ได้.....

 

เราจงอย่าตัดสินคนจากภายนอกทั้งๆที่เราไม่ได้รู้จักเค้าเลย

 

บ่อยครั้งครับที่ผมได้ความรู้ทั่วไปจากคนที่ไม่คิดว่าจะได้อะไรจากเขา

 

จากแม่ค้าขายของตามข้างถนน จากลุงแท็กซี่ที่แนะนำปรัชญาชีวิตบางเรื่ิอง

 

ความรู้มีอยู่ทุกที่ให้เราคอยหยิบมาเรียนรู้ตลอดเวลาครับ

 

อ้อ...เพิ่งนึกขึ้นได้

 

พอเล่าเรื่องนี้ให้อ่านผมก็คิดถึงอีกเรื่องที่เพิ่งอ่านมา

 

วันก่อนผมอ่านบทความของหนุ่มเมืองจันทร์ในหนังสือมติชนรายสัปดาห์

 

เขาไปสัมภาษณ์นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จท่านหนึ่ง

 

ว่ามีแนวคิดยังไงเกี่ยวกับการเรียนรู้การวางตัวเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

 

นักธุรกิจท่านนั้นยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งสั้นๆเชิงเปรียบเทียบขึ้นมาครับ

 

 

"เวลาคนจะเดินขึ้นเขา พื้นมันสูงชันเราจะเดินค่อมตัวไปข้างหน้าเพื่อรักษาสมดุลให้เดินขึ้นไปได้"

 

 

"แต่เวลาเดินลงเขา เราจะเดินยืดตัวเพื่อรักษาความสมดุลด้วยเช่นกัน"

 

 

ทีนี้ก็แล้วแต่เราแล้วล่ะว่าจะเลือกแบบไหน

 

 

......

 

 

คมมากครับ T T

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสั้นเล็กๆที่อ่านแล้วประทับใจเลยเก็บมาเล่าสู่กันอ่าน

เพราะชอบเลยอยากให้ชอบด้วยคงไม่ว่ากัน

ส่วนใครจะเก็บสาระได้จากเรื่องที่ผมนำมาเล่าผมก็ยินดีด้วยนะครับ

ความรู้มันมีอยู่รอบตัวเราจริงๆ

 

^____________________^