นิทานแห่งสายลม

posted on 19 Aug 2009 18:33 by ik-kiiu

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PhotobucketPhotobucket

PhotobucketPhotobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิทานแห่งสายลม

 

 

 

 

 

ในคืนอันเหน็บหนาวบนหุบเขาแห่งความเดียวดาย

มีชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ที่มาและที่ไป

เขาจะรอเวลาที่ราตรีมืดมิดแผ่ขยายปกคลุมทั่วท้องฟ้าจนเห็นแต่เพียงแสงจันทร์สว่างเด่นอยู่เพียงดวงเดียว

เขาจะมานั่งมองท้องฟ้าที่ใต้ต้นไม้ต้นเล็กๆบนยอดเขาเล็กๆแต่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในหมู่บ้านทุกคืน

ชาวบ้านจะพบเห็นเขาเฉพาะยามที่ความมืดมิดแห่งรัตติกาลมาเยือน

จนเมื่อยามอรุณรุ่งแห่งวันใหม่ผ่านวนเข้ามาอีกรอบทุกคนก็จะไม่เห็นเขาอีกแล้ว

 

ข่าวคราวของชายหนุ่มผู้ไม่มีพิษมีภัยคนนี้เล่าลือกันมานาน

จนชาวบ้านมองว่าเขาประหนึ่งแขกพิเศษคนหนึ่งของหมู่บ้าน

มีคนเคยสงสัยและระแวงกับชายหนุ่มผู้นี้

แต่แทบทุกครั้ง

ผู้เฒ่าแห่งหุบเขาแห่งความเดียวดายที่อาศัยอยู่ปลายยอดเขานั้นจะปรามไว้และโบกมือห้ามไม่ให้ยุ่งกับคนผู้นั้น

และเอ่ยกล่าวเพียงว่าชายผู้นี้ไม่มีพิษมีภัยกับใคร ทุกคนจงอย่าสงสัยในเจตนาของเขาเถิด

ไม่ว่าใครจะสอดรู้อยากเห็นซักเพียงใด

ผู้เฒ่าก็ตอบได้เพียงประโยคที่กล่าวซ้ำเดิมเช่นเคย

จนเป็นที่รู้กันว่าผู้เฒ่าอาจจะรู้จักกับชายผู้นั้นและคงเป็นเขาเพียงคนเดียวที่เข้าใจเหตุผลที่ชายนิรนามทำตัวลึกลับเช่นนี้

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปนานหลายปี

จนชาวบ้านต่างก็เริ่มเบื่อที่ซักถามความเป็นจริง จนมองเห็นกิจวัตรของชายหนุ่มเป็นเรื่องปกติ

แต่ทว่าชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะปรากฎตัวเฉพาะยามที่ความมืดเข้ามาเยือน

และจากไปก่อนแสงแรกของวันใหม่จะเริ่มต้น เขาทำอย่างนี้อยู่ทุกๆวัน

ถึงคนวัยเก่าที่ได้เห็นความเป็นมาว่าเป็นอย่างไร จากอยากรู้จนเฉยชิน

แต่คนรุ่นหลังที่เกิดใหม่มองเห็นกิจวัตรของคนคนนี้แปลกอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

จนทำให้เด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้านเก็บความสงสัยนี้มานานจนทนไม่ไหว

 

วันหนึ่งหลังจากสิ้นสุดการประชุมลับของบรรดาแก๊งเด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน

หัวโจกผู้ที่แสดงออกถึงความเป็นผู้นำที่สุดในกลุ่ม เสนอตัวกล้าที่จะลอบเข้าไปดูชายหนุ่มใกล้ๆ

และสืบให้รู้ว่าเขาขึ้นมาทำอะไรอยู่ได้ทุกวัน

ค่ำคืนหนึ่งในคืนเดือนมืด ท้องฟ้าปิดไร้แม้แสงดาวบนฟากฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆดำทะมึน

กลุ่มเด็กอยากรู้ค่อยๆลัดเลาะจากตีนเขาห่างจากอีกฟากของทางขึ้นเขา

เพื่อรอดูผลงานจากผู้กล้าที่อาจหาญขึ้นไปตามล่าหาความจริง

ไม่ทันที่หัวโจกแห่งกลุ่มเด็กรุ่นใหม่จะทันคลานย่องไปถึงตัวชายหนุ่มลึกลับ

เสียงทักเรียกเด็กน้อยให้ออกมาจากพงหญ้าที่สูงท่วมหัว ให้ออกมาจากที่ซ่อนนั้นดังขึ้น

เด็กน้อยลุกขึ้นด้วยความกลัว

มองตรงไปยังบุคคลหนึ่งที่นั่งตรงจุดสูงสุดบนยอดเขาใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่ทุกคนเห็นชายหนุ่มคนนี้มานั่งจนชินตา

 

"เอาล่ะสิ!!!! นี่เราอาจจะเป็นคนแรกที่ได้เห็นชายหนุ่มคนนั้นเสียที"

เด็กน้อยหัวโจกคิดอยู่ในใจทั้งที่ในใจนั้นแสนกลัว

 

"มาเถอะเด็กน้อยมานั่งเป็นเพื่อนเรา 5 ปีมาแล้วได้กระมังที่ไม่มีใครกล้ามาหาเราเช่นนี้"

 

......

 

"นานแล้วสินะ "

เสียงกระแอมแสดงความเอ็นดูเจือออกมาจากน้ำเสียงของชายหนุ่มที่เล็ดลอดออกมา

 

ภาพที่เด็กน้อยเห็น เมื่อเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มจนความมืดไม่อาจปกปิดได้

นี่หรือชายหนุ่มที่ทุกคนในหมู่บ้านได้ยินข่าวและร่ำลือกันมานานหลายปี

รอยเหี่ยวย่นและรอยตีนกาที่มากมายเหมือนดังเช่นวงปีของต้นไม้บ่งบอกถึงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร

เด็กน้อยคิดว่าชายหนุ่มในคำร่ำลือกลับชรากว่าที่คิดไว้เยอะ เราคงเรียกเช่นเดิมไม่ได้แล้วสินะ

 

"มามะ เจ้าหนูมานั่งตรงนี้สิ"

 

"เราคงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว....มันน่าจะถึงเวลาที่เราจะไม่ต้องมานั่งคอยอยู่เช่นนี้อีกแล้ว"

ชายหนุ่มที่ชรากว่าที่เคยได้ยินคำร่ำลือมาเริ่มเอ่ยปาก

 

"คืนนี้แล้วล่ะที่เป็นคืนสุดท้ายที่พวกเจ้าจะเห็นเราเป็นครั้งสุดท้าย"

เด็กน้อยใจหายวาบ

แว่บแรกเด็กน้อยรู้สึกคลายความกลัวเพราะเสียงอันอ่อนโยนจากชายชราทำให้เด็กน้อยรู้สึกผ่อนคลายลงได้

แว่บที่สองเมื่อเด็กน้อยได้ฟังคำกล่าวของชายชราเด็กน้อยเริ่มรู้สึกผิด

ว่าเขาอาจจะเป็นต้นเหตุทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจที่เด็กน้อยเข้ามาวุ่นวายก่อความรำคาญให้ชายชรา

จนเขาอาจจะไม่ขึ้นมานั่งมองท้องฟ้าบนยอดเขาอีกแล้ว

 

"เรานั่งอยู่บนยอดเขานี้เป็นเวลาสิบปีแล้วและวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะครบสิบปีพอดี"

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาโดยที่เด็กน้อยได้ย้ายตัวเองนั่งอยู่ใกล้ๆซักพักแล้ว

 

"เจ้าหนู...เจ้าไม่ต้องกลัวเราไปหรอก"

 

"เราจะเล่าให้เจ้าฟังว่าทำไมเราถึงมานั่งอยู่ตรงนี้เป็นเวลานานขนาดนี้"

ความอยากรู้ทำให้เด็กน้อยลืมความกลัว

 

"โอ้!!!วันนี้คงเป็นวันที่พิเศษสุดสำหรับเราก็ได้ที่จะได้รู้ความลับของชายผู้เป็นปริศนาแห่งหมู่บ้าน"เด็กน้อยคิด

 

"มา!!!เจ้าหนูเรานั่งเงียบคนเดียวท่ามกลางความหนาวเย็นอยู่ตรงนี้มานานเกินไปแล้วล่ะ"

 

"เจ้าจะเป็นคนแรกและคนสุดท้ายที่เราจะเล่าเรื่องต่อไปนี้ให้เจ้าฟัง"

 

"เราน่ะไม่ใช่คนจากที่อื่นหรอก...เราเป็นคนของหมู่บ้านนี้นี่แหล่ะ"

 

"เพียงแต่ที่ไม่มีใครรู้จักเรามากเพราะเราเิกิดที่นี่แต่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น"

 

"ผู้เฒ่าปลายเขาที่ห้ามคนในหมู่บ้านมาวุ่นวายกับเราที่พวกเจ้ารู้จักนั้นเป็นน้าชายของเราเองล่ะ"

 

"และที่เขาต้องทำอย่างนั้นเพราะเขาเป็นคนเดียวที่เข้าใจในสิ่งที่เราทำเป็นเวลาตลอดมาสิบปี"

 

"เอาล่ะ...เจ้าคงอยากรู้ล่ะสิว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง"

 

"เจ้าพร้อมฟังรึยังล่ะเจ้าเด็กน้อย............."

 

............................

 

 

 

 

 

 

 


สัญญา(Acoustic) - Boy

 

สัญญา

 

แม้ว่าไม่ได้พบกัน แต่ฉันก็มีเธอใกล้ๆ

แม้เธอนั้นอยู่แสนไกล แต่ฉันก็มั่นใจว่าทั้งสองเรา

จะต้องผ่านพ้น วันคืนที่เหงา

เพราะหัวใจ สองเราไม่ห่างกัน

 

* อย่ากลัวว่าวันเวลาจะทำให้เธอต้องเสียใจ

หรือความห่างไกลจะทำให้ใจฉันไหวหวั่น

ข้อความเหล่านี้ ทุกๆคำ จะคอยแทนคำสัญญา

ให้เธอได้รู้ว่าไม่ว่ามันจะนานสักเท่าไหร่

จะไม่มีใครมีความสำคัญและสูงค่า

ให้คำพูดฉัน แทนคำสัญญาให้รู้ว่า (รักเธอ)

 

.................................

 

 

 

 

9.30AM

 

 

 

พอดีวันนี้นั่งฟังเพลงเพลงนี้แล้วเกิดอยากเล่านิทานขึ้นมาครับ

จึงเกิดเป็นนิทานดังที่คนหลงเข้ามาได้อ่านกันข้างบน

ส่วนตอนต่อไปจะเป็นยังไงนั้น

ผมไม่ได้แต่งเอาไว้ด้วยสิ.....

...

วันนี้ไหนๆก็เข้ามาอ่านกันแล้ว

อยากให้ฟังเพลงนี้กันอีกครั้ง

และผมอยากให้คนที่เข้ามาอ่านถึงบรรทัดนี้

ลองช่วยแต่งเรื่องนี้ต่อดูหน่อยนะครับ

ว่าชายชราเขาจะเล่าให้เด็กน้อยฟังว่าอย่างไร

อยากอ่านๆ

ช่วยหน่อยนะครับ.... ^ ^

 

 

 

 

 

 

ปล.งานเข้าแล้วสิสำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่านบทความวันนี้ ฮ่าๆ

ปล.2 รูปชุดนี้ถ่ายจากทริปทัวร์เชียงใหม่พฤจิกายนปีที่แล้ว

ถ่ายจากหลายที่มากเลยปีนี้อยากไปเก็บภาพอีกหวังว่าอาจจะเจอกันนะครับ ^ ^

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ครั้งหนึ่งความรักเคยเกิดขึ้นกับฉันและมันก็จากไป สุขใจ เศร้าใจ หลากหลายความรู้สึก ฉันเพียงต้องการจดจำบางสิ่งไว้ หุบเขาแห่งความเดียวดาย เป็นที่ที่ฉันจักวางทุกสิ่งทิ้งความวุ่นวายของชีวิตไว้เบื้องหลัง ตัดสินใจหยัดยืนเพียงลำพัง หวังเพียงแค่ความสุขใจจากความเื้อื้ออาทร ที่ได้รับจากธรรมชาติในหุบเขาแห่งนี้
ยามคืนมืดมิดมีเพียงแสงจันทราที่เตือนใจให้รู้ว่าการอยู่เพียงลำพังของจันทรานั้น ไม่ได้ทำให้แสงของมันโดนบั่นทอนอ่อนแรงลงไปเลย ใจฉันเองก็เช่นเดียวกัน...

#55 By PP (1.47.89.86) on 2010-11-20 02:33

แวะมาตอบตอน 3 ครับ

#20,#21 ฮ่าๆจริงๆแค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้วล่ะครับ

#22 อะไรๆไม่รู้จักเพลงจริงๆเหรอครับรุ่นๆเราน่าจะเคยฟังนะครับ ดังออกแถมเพราะด้วยแต่ถ้าไม่เคยฟังก็ลองหามาฟังสิครับเพลงน่ารักมากเลย

#23 ใจร้ายมากครับ
ทำเป็นแนวสยองขวัญสะเทือนอารมณ์ไปเลย หึหึ
ส่วนเพลงตอนนี้น่าจะฟังได้แล้วนะครับเข้ามาฟังใหม่ๆ

#24,#25,#26 ขอบคุณที่เข้ามาชมนะครับ ^ ^

#27,#28ออกแนวปรัชญาที่อ่านแล้วชวนสับสนมากเลยนะครับ ฮ่าๆแต่ยังไงก็ขอบคุณที่ร่วมสนุกกันนะครับ
น่ารักจริงๆเลย


#29,#30 ^ ^

#31,#33,#39 ฮ่าๆไปอ่านจนจบแล้วครับเขียนดีมากๆเลย ขอบคุณมากครับที่ร่วมสนุกกับผมด้วย ดีใจๆ
ทีหลังไม่เล่นแบบนี้แล้ว อายย
มีแต่คนแต่งได้สนุกชวนอ่านมากกว่าทั้งนั้นเลย ว่
าแต่เอาสิครับมาแต่งนิทานไม่รู้จบกันแต่ผมสมาธิสั