Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10.45 AM

 

 

 

 

 

 

สวัสดีครับ

เป็นยังไงบ้างดูกันจุใจหรือยังครับกับเจ้าเหมียวพรีเซีย

อิอิ น่ารักใช่ไหมเล่า รู้นะว่าอยากดูกันอีก

ด้วยความที่ผมนิสัยดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็คงเดากันได้ว่าผมจะรีบเอามาให้ชมกันอีกรึเปล่า

เพราะเหตุฉะนี้รอกันยาวๆไปเลยครับ ฮ่าๆ

ไว้อารมณ์ดีเมื่อไหร่จะเอามาให้ชมกันอีก หึหึ^ ^

 

มาเข้าเรื่องสำหรับวันนี้กันดีกว่าครับ

คิดว่าหลายๆคนคงเคยจัดอันดับสิ่งที่ชอบไม่ชอบหรือสิ่งที่อยากทำและไม่อยากทำกันบ้างนะครับ

อย่างคุณแอ้ที่จัด 6 อันดับความฝันที่อยากทำเมื่อขึ้นปีใหม่นั่นก็หนึ่งล่ะ(เมื่อคืนอ่านจนตาแฉะ)

ไม่ก็จัดอันดับความชอบของกิจกรรมส่วนตัวในเรื่องต่างๆเล่นๆอย่างสนุกๆ

อย่างเช่นหนังเรื่อง high fidelity ที่พระเอกกับเพื่อนพระเอกชอบโยงเรื่องเพลงให้เข้ากับชีวิตอยู่เสมอๆ

เช่นหากเมื่อตายไปแล้วพระเอกและเพื่อนจะเปิดเพลงไหนบ้างในงานศพ

หรือจัด 5 เพลงโปรดที่ใช้สำหรับงานแต่ง หรือ 5 เพลงโปรดที่ใช้สำหรับกิจกรรมพิเศษต่างๆ

ไม่ก็ 5 อันดับร้านกระเพราหมูในดวงใจ

หนังสือดี 10 เล่มที่ต้องอ่าน

สถานที่เที่ยวในฝัน 10 ที่ที่ต้องไปให้ได้ก่อนจะไม่มีแรงเที่ยวอะไรงี้

ก็ยกตัวอย่างกิจกรรมน่ารักๆสนุกนึกจากการคิดเล่นๆที่หลายๆคนน่าจะเคยลองทำกันนะครับ

 

 

วันนี้ผมจึงขอสนุกนึกด้วยการ ยกหนังรักในดวงใจ 5 เรื่องมาเล่าให้อ่านกันดีกว่า

ผมคิดว่าสำหรับหลายๆคนน่าจะหนักใจเหมือนผมนะครับ

ถ้าจะให้หยิบหนังโปรดซัก 5 เรื่องนำมาเล่าสู่กันอ่านเนี่ย

ตะกี๊ผมลองนับเล่นๆแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก มันโผล่มาแป๊บเดียว 30 เรื่องเข้าไปแล้วครับ

เพราะหนังดวงใจสำหรับคนอื่นมันน่าจะเยอะนะครับถ้าเทียบกับช่วงอายุที่ผ่านมา

ช่วงอายุนึงชอบหนังแบบหนึ่งเลยเก็บความประทับใจอยู่ในความทรงจำไว้

พอโตมามีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้นก็ชอบหนังอีกแนวหนึ่ง ทีนี้หนังในดวงใจก็ทบจำนวนมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

แล้วแต่ละเรื่องมันก็มีรายละเอียดสาระที่ทำให้เราประทับใจเยอะครับ

ฉะนั้นจะนำเอามาเล่าวันเดียวจบคงจะลำบากคนอ่านแน่

วันนี้ผมขอนำเสนอซักเรื่องก่อนละกันนะครับ

แล้วไอ้ 5เรื่องที่หยิบมาเล่าสู่กันอ่านกันในช่วงถัดไปเนี่ย

ผมขอไม่เล่าเรื่องย่อแบบที่อ่านแล้วรู้เรื่องหมดนะครับจริงๆหลังจากอ่านบทความวันนี้แล้วอยากให้ไปหาดูกันเอง

เพราะอยากจะให้ค้นหาความงามจากสาระในหนัง ที่ต้องหามาสัมผัสเองมากกว่าจากคำบอกเล่านะครับ

 

 

 

กึงบางเรื่องหลายคนดูแล้วเฉยๆ แต่สำหรับบางคนแทบกริ๊ดสลบเพียงเศษเสี้ยวหากได้รำลึกถึง(เว่อร์ไปนิด)

เพราะความทรงจำบวกจริตในหนังแต่ละเรื่องสื่อถึงคนรับแตกต่างกันครับ

อ่ะ..............กลัวว่าจะรู้เรื่องอยู่คนเดียวจะเล่าให้อ่านนิดนึงก็ได้

 

เรื่องแรกในดวงใจนี่เลยครับ

เถียนมีมี่ 3650 วันรักเธอคนเดียว( เกลียดชื่อที่แปลเป็นไทยจริงๆ.....เฮ้อ)

เรื่องนี้ดูผมดูจนนับครั้งไม่ได้น่าจะเกินสิบเที่ยวขึ้นไปนะครับ

เป็นเรื่องราวความรักของ1 หนุ่ม 1 สาวจากจีนแผ่นดินใหญ่

ทั้งสองอยู่ในวัยแห่งการดิ้นรนต่างเข้าฮ่องกงหากินเพื่อความอยู่รอดและเพื่อทำชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น

ทั้งสองได้มาเจอะเจอกันและพลัดพรากจากกันในสถานที่ที่ไม่ใช่ถิ่นเกิดของคนทั้งคู่

หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวชีวิตของคนทั้งสองตั้งแต่เข้ามาฮ่องกง

และมาเจอกันโดยบังเอิญ จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน

แต่ด้วยความเหงาและความอ้างว้างจากการพลัดถิ่นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองมันเกินคำว่าเพื่อนไป

พระเอกเข้ามาทำงานเพื่อเก็บเงินไปแต่งงานกับคนรักที่อยู่เมืองจีน

ส่วนนางเอกเข้าเมืองเพื่อยกระดับชีวิตให้ลืมตาอ้าปากได้

หนังเล่าเส้นทางการเดินทางของชีวิตคนทั้งสอง

ที่ได้อยู่ด้วยกันและจากกันด้วยความจำเป็นแต่ในใจต่างอาลัยอาวรณ์กันอยู่

จนสุดท้ายเมื่อชีวิตดำเนินไปตามวิถีของมัน

ทั้งคู่จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันหรือไม่ต้องลองไปหาคำตอบกันเองนะครับ

 

ซึ่งช่วงเวลาทั้งเรื่องที่เล่าถึงเรื่องราวของคนสองคนกว่าจะมาเจอกันได้และจากกันไปจนมาพบกันอีกครั้งเนี่ย

มันทำให้เราสามารถสัมผัสถึงสารบางอย่างจากหนังได้เลยครับว่า

โลกสร้างคำว่ารักแท้ขึ้นมาโดยดูจากความจริงใจของคนสองคนที่มีต่อกัน

แม้ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหนก็ตาม

หัวใจของคนสองคนเท่านั้นเองที่เป็นคำตอบให้กับคำถามที่ว่ารักแท้นั้นมีจริงหรือไม่

นั่นอาจคือความหมายของคำว่า"เนื้อคู่"ก็เป็นได้ครับ

 

สำหรับเรื่องนี้ที่อยากจะกล่าวชมถึงคือเรื่องรายละเอียดในทุกๆอย่างของหนังครับ

ปีเตอร์ ชาน กำกับเรื่องนี้ออกมาได้ดีมาก

ยิ่งดูมากรอบผมก็ยิ่งเจอรายละเอียดเล็กๆที่หนังพยายามสื่อให้คนดูได้ตลอดทั้งเรื่อง

ราวกับทุกๆอย่างในหนังเนี่ยเหมือนเค้าคิดหาเหตุและผลมาสนับสนุนได้หมดเลยครับ

ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เพื่ออะไร มีฉากนี้มีพร๊อปแบบนี้เพื่อสื่ออะไร โห.....เยอะครับบ

ทั้งมุมกล้อง ฉาก สีสันของหนัง บทของหนังที่เล่าให้ผู้ชมได้อย่างสนุกต่อเนื่อง น่าติดตาม

ผ่านเรื่องราวมองการเติบโตของตัวละครในช่วงเวลาต่างๆ จนเสมือนว่าเราเป็นผู้เฝ้ามองที่อยู่ในหนังเองด้วย

แต่ส่วนที่นับเป็นสุดยอดที่สุดของหนังในใจผมมี 3 อย่างครับ

นักแสดง,ฉากเรียกน้ำตา(สำหรับผมนะคนอื่นไม่รู้จะต่างกันไหม)และเพลงประกอบ

หลีหมิง กับจางมั่นอวี้ โดยเฉพาะเจิ้นจื่อเหว่ย( Eric Tsang)ดาราตลกตัวเตี้ยๆที่ชอบเล่นเป็นเจ้าพ่อที่ทุกคนเห็นหน้าปุ๊บต้องร้องอ๋อ

ทุกคนแสดงได้อย่างสุดยอดมากกว่าที่เคยเห็นจากนักแสดงกลุ่มนี้เล่นเรื่องอื่นมาก่อนเลยล่ะครับ

แต่ละคนต่างสวมบทบาทในทุกๆตัวละครได้แทบจะกลายเป็นคนคนนั้นไปเลย

คือในเรื่องเนี่ยทุกคนแสดงออกค่อนข้างนิ่งสมจริงครับ

หากแต่แววตาและการเคลื่อนไหวเล็กๆของนักแสดงมันสื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครในช่วงเวลานั้นๆได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

จะเรียกได้ว่า ทำน้อยแต่ได้มาก ก็ว่าได้ครับ

 

Photobucket

 

ผมขอยกฉากบางฉากที่ผมดูแล้วอึ้งและอินไปกับหนังมากๆในแทบทุกฉากที่ เจิ้นจื่อเหว่ย เล่นนะครับ

ในเรื่องนี้เขาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียที่หลงรักนางเอกที่ทำงานสารพัดจนมาเจอกันในอาชีพหมอนวดแผนโบราณ

ตอนแรกเขาก็แค่รู้สึกสะดุดตากับนางเอก และเขาเริ่มชอบนางเอกตรงที่กระเซ้านางเอกกับอาชีพบริการ

แต่นางเอกกลับกล้าแสดงความไม่พอใจออกมาเมื่อคล้ายว่าเธอจะโดนหมิ่นศักดิ์ศรี

จากนั้นมาเฟียร่างกลมก็มาเป็นลูกค้าประจำคุยกันจนพอรู้ว่านางเอกชอบอะไรไม่ชอบอะไร

มีฉากนึงที่แสดงถึงความรักของเขาที่มีต่อนางเอกมากครับและมีความหวังดีกับนางเอกแค่ไหน

 

กับพวกมาเฟียรอยสักนี่เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งศักดิ์ศรีก็ว่าได้

แต่เขากลับสักรูปมิกกี้เม้าท์ลงกลางหลังท่ามกลางรอยสักอันเป็นสัญลักษณ์ของหัวหน้ามาเฟีย

เพียงเพื่อให้นางเอกยิ้มออกเพราะเธอเคยบอกว่าเธอเกลียดหนูมาก

เป็นฉากที่ผมดูไปแล้วอมยิ้มไปในความปากหนักของพี่มาเฟียอวบคนนี้ น่ารักจริงๆเลย

 

เจิ้นจื่อเหว่ย แสดงให้เห็นถึงระดับชั้นที่แตกต่างของการแสดงเมื่อเปรียบกับคนอื่น

ในฉากที่เขาต้องหนีออกนอกประเทศเพราะโดนพวกเดียวกันหักหลังและต้องหนีไปในคืนนั้น

ประจวบเหมาะกับที่นางเอกนัดกับพระเอกเพื่อที่จะหนีไปอยู่ด้วยกัน

พระเอกก็ยืนรออยู่ที่ท่าเรือและส่งนางเอกไปร่ำลามาเฟียอวบให้เรียบร้อย

นางเอกมีสองทางให้เลือก ระหว่างไปกับคนที่ตนรัก กับไปอยู่ดูแลดูใจกับคนที่รักเธออย่างสุดชีวิต

มาเฟียร่างกลมเขารู้อยู่แก่ใจตลอดเวลาแล้วว่าเธอมีคนหนึ่งในดวงใจเสมอมา

แม้ตัวเธอจะอยู่กับเขาแต่ใจเธอนั้นเล่า....

รู้ทั้งรู้ว่าใจเธอไม่เคยอยู่กับเขาเลย

แต่เขาก็ยอมรับและสนับสนุนนางเอกทุกทางเพื่อให้เธอได้เดินตามฝันตลอดมา เพราะคำว่ารักคำเดียวแท้ๆ

กลับมาฉากบนเรือตอนที่เรือกำลังจะออกจากฝั่งและไม่รู้ว่าจะมีวันได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกไหม

ในสถานการณ์ที่มาเฟียร่างกลมต้องการใครซักคนมาอยู่เคียงข้างจริงๆซึ่งคนนั้นคือนางเอกของเรา

เขากลับให้เธอเลือกตัดสินใจเองว่าจะอยู่หรือจะไป

ฉากนี้ นางเอกแสดงอาการลังเลและลุกลี้ลุกรน

พี่ม