Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12.42 AM

 

 

 

 

 

สวัสดีครับ

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงกับเรื่องเขย่าขวัญสั่นประสาท

อันเนื่องจากอาการคันไม้คันมือหลังที่ได้อ่านเรื่องความเร้นลับต่างๆจากบ้านคนอื่นมาก็เยอะ

จนมีความต้องการอยากจะปล่อย"ของ"ออกมาเล่าสู่กันอ่านบ้าง

หลายๆท่านคงมีประสบการณ์ต่างๆในโรงหนังกันมาไม่มากก็น้อยนะครับ(ประสบการณ์อะไรของแก๊ -*-)

วันนี้ผมจะขอเล่าเรื่องประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผมไม่มีวันลืมมาเล่าให้อ่าน

เริ่มเลยนะครับ

 

 

ย้อนเวลาไปเมื่อสิบปีที่แล้วครั้งเมื่อผมจบใหม่ๆและได้คบหากับสาวต่างคณะนางหนึ่ง

ด้วยความที่เราทั้งสองชอบดูหนังกันมาก

ประกอบกับช่วงนั้นมีหนังรักโรแมนติกเทคนิคอลังการงานสร้างเรื่อง What Dreams May Come เข้าฉายพอดี

ตอนนั้นเข้าในโรงหนังอิมพีเรียลลาดพร้าวนะครับ(เชื่อยังว่าย้อนเวลาไปนานจริงๆ)

สำหรับท่านที่เคยชมคงทราบนะครับว่าเนื้อหาเป็นเช่นไร

ถ้าไม่ทราบ ผมจะเล่าให้อ่านคร่าวๆเพื่อประกอบกับเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปจะได้มองเห็นภาพไปพร้อมๆกัน

 

 

เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวสมบูรณ์แบบครอบครัวหนึ่ง โรบินวิลเลี่ยมเล่นเป็นพระเอกเรื่องนี้ครับ

เขาเล่นเป็นหมอ มีแม่บ้านที่สวยใจดี มีลูกชายและลูกสาวก็น่ารักน่าเอ็นดูทั้งคู่

ต่อมาได้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ลูกทั้งสองต้องจากไปก่อนวัยอันควร

ด้วยความใกล้ชิดและรักลูกมากทำให้ตัวแม่เกิดการกระทบกระเทือนทางจิตใจเสียใจอย่างรุนแรง

จนสติหลุดไปจากโลกแห่งความเป็นจริง จนพระเอกต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้วยความรักและการฟูมฟักดูแลด้วยความห่วงใยเอาใจใส่ นางเอกอาการก็ค่อยๆดีขึ้นจนเริ่มเป็นปกติแล้ว

 

แต่ผู้สร้างคงคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปหนังคงจบแต่ต้นเรื่องแน่

จึงสร้างเหตุการณ์ให้เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ขึ้น

ด้วยอาชีพและความเป็นคนดี พระเอกจึงออกจากรถไปช่วยผู้บาดเจ็บคนอื่นๆจนตัวเองต้องเสียชีวิตไป

จากนั้นพระเอกก็ขึ้นสวรรค์และหาทางกลับมาบอกเมียรักว่า ให้สู้ต่อไปนะเค้าจะอยู่เคียงข้างเธอเอง

แรกนั้นร่างกายและจิตใจนางเอกเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่กับต้องมาพบกับความสูญเสียอีกครั้งที่แสนสาหัส

ทำให้เธอไม่สามารถมีแรงอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว ถึงวิญญาณสามีรักจะบอกอย่างงั้นก็เหอะใครเล่าจะทนอยู่ต่อไปได้

เธอจึงฆ่าตัวตาย

ด้วยหลักศาสนาในเรื่องกฎแห่งกรรม การฆ่าตัวตายนับเป็นบาปขั้นร้ายแรง นางเอกจึงตกนรกขุมที่ลึกที่สุด

พระเอกรู้ดังนั้นจึงยอมสละความสุขสบายบนสวรรค์หนีลงไปในนรกเพื่ออยู่เคียงข้างคนที่ตนรัก

เนื้อหาคร่าวๆก็ประมาณนี้ครับแต่รายละเอียดของหนังเยอะกว่านี้มีฉากสวยๆและคำพูดดีๆให้จดจำมากมาย

แต่ที่ผมมาดูรู้เรื่องจริงๆก็เพราะไปซื้อดีวีดีมาชมอีกครั้ง

ที่ดูในโรงนั้นผมไม่สามารถมีสมาธิดูได้รู้เรื่องเลยส่วนเรื่องราวว่าทำไมผมดูไม่รู้เรื่องนั้นจะเป็นอย่างไร

ตามผมมาครับ ผมจะเล่าให้อ่านกัน

 

 

....

 

 

หลังจากที่ผมและเธอคนนั้นได้หย่อนก้นลงนั่งตามหมายเลขที่เราเลือกไว้แล้ว

วันนั้นคนไม่ค่อยเยอะครับอาจเพราะเป็นวันธรรมดาที่นั่งจึงโล่งพอสมควร

นั่งได้ไ่ม่นานหนังตัวอย่างเรื่องแล้วเรื่องเล่าก็ฉายไปจนหนังเริ่ม(เมื่อก่อนโฆษณาน้อยไม่เหมือนตอนนี้ครับ)

หนังดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้น ให้เราได้เห็นถึงครอบครัวอบอุ่นครอบครัวหนึ่งที่มีความรักให้แก่กันอย่างสุดซึ้ง

พ่อแม่ลูกในเรื่องช่างเป็นครอบครัวในอุดมคติมากครับ หนังปูให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผูกพันกันอย่างมาก

ผมคิดว่าคนดูท่านอื่นในโรงก็คงเริ่มอินและค่อยๆซึมซับบรรยากาศที่อบอวลด้วยรักได้เหมือนๆกัน

 

พลันเกิดอุบัติเหตุอันเป็นเหตุการณ์ที่คร่าชีวิตเด็กน่ารักทั้งสอง

บรรยากาศที่อบอุ่นซักครู่แปรเปลี่ยนเป็นความมืดหม่น

สีสันบวกอารมณ์ของหนังเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจกับบุคคลอันเป็นที่รักได้จากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า เหมือนกับว่าแอร์ในโรงหนังนั้นเย็นขึ้น

หรืออาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในหนังมันส่งผลให้อารมณ์คนที่ชมหดหู่ รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกจากใจที่ปวดร้าว

ความเย็นบวกความสิ้นหวังที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ผมรู้สึกถึงแรงสั่นจากคนข้างๆ (ไม่รู้ว่ากำลังสะอื้นหรือกำลังหัวเราะ)

 

ต่อมาเมื่อพระเอกรับรู้ถึงการจากไปของเมียรักว่าตอนนี้เธอได้ตกนรกขุมที่มืดมิดที่สุด

เขาได้ตัดสินใจหนีจากสวรรค์ยอมทิ้งทุกสิ่งอีกครั้งเพื่อตามให้เธอให้เจอ

เรื่องราวก็ดำเนินไปเรื่อยๆ สร้างอารมณ์คล้อยตามจนผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

เมื่อพระเอกได้ผ่านอุปสรรคนานัปการจนเจอผู้ที่ครอบครองหัวใจของเขาทั้งหมด ได้มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว

ด้วยความคิดถึงและห่วงใย โหยหากันอย่างสุดซึ้ง

อารมณ์ ณ ตอนนั้นประหนึ่งดังทำนบกั้นน้ำที่อัดอั้นมานานได้ทลายแหลกสลายลงต่อหน้า

พระเอกโผวิ่ง เข้....า ไ       ป..... ก.........อ.....

 

 

 

 

กร๊อบบบบบบบบแกร๊บๆ กร๊าบบบบบแกร๊กกกกกกกกกกกกก

 

 

 

 

เสียงเอฟเฟกท์ดังขึ้นถัดจากเก้าอี้เธอคนนั้นของผมพร้อมๆกับการสวมกอดของคู่รักที่โหยหาจากกันมาแสนนาน

พระเอกมองเมียรักด้วยสายตาสุดซึ้ง

พร้อมก้มลงจูบเธอด้วยความรักและเอ่ยคำพูดเบาๆว่....า  แกร๊บๆๆๆๆๆกรั่กๆๆๆๆ(เสียงเขย่าถุงนี่หว่าเฮ้ย)

ทันใดกลิ่นมาม่าหมูสับที่คุ้นเคยก็ลอยโชยมา

กรุ๊บบบบๆๆๆแก๊บบบๆๆๆๆกร๊วมๆๆๆ เสียงเอฟเฟกท์ข้างตัวเธอคนนั้นของผมดังเป็นระยะ

แทบไม่ต้องมองก็รู้ได้ครับว่ามันสองตัวกำลังจกมาม่ากินกันอยู่

ไม่เป็นไร.....หนังกำลังซึ้ง

อดทนทนดูต่อพร้อมเสียงกร๊วมๆๆๆที่ดังอยู่ไม่ห่าง

10นาทีผ่านไปเสียงเอฟเฟกท์ก็เงียบหายไป ผมก็โล่งอกจะได้มีสมาธิดูต่อซะที

 

ต่อมาเมื่อสองคนได้เจอกันแล้วต่างก็ช่วยกันคิดว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี

ที่นี่นรกนะไม่ใช่สยามซื้อของเสร็จเดินตัวเบาแล้วจะได้กลับบ้านได้

ทั้งสองก็อดทนสู้ผจญกับอุปสรรคต่างๆนาๆเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน

และแล้วหนังก็มีเซอร์ไพร์ซที่คนนำทางพระเอกลงนรกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน

หนังกำลังเฉลย คนนำทางกำลังจะเอ่ยปากบอกพระเอกว่าแท้จริงแล้วเราคือ....

 

 

 

กร๊อบบบบบบบบแกร๊บๆ กร๊าบบบบบแกร๊กกกกกกกกกกกกก

 

 

 

กร๊อบแกร๊บๆกุ่กๆๆกรั่กๆๆๆๆ ตามด้วยเสียงฉีกซอง ใส่เครื่องปรุงและเขย่าถุง

คนเราถ้าทำอะไรซ้ำๆกินอะไรซ้ำๆมันก็น่าเบื่อใช่ไหมครับ ผมเองก็เป็น ไอ้สองตัวข้างๆก็คงเหมือนกัน

คราวนี้มาทันทีเลยกลิ่นมาม่าต้มยำ

จำกลิ่นนี้ได้ รสนี้กินบ่อย(พวกมรึงหลงป่ามารึไงครับอดอยากซะขนาดนี้)

กรุบแกร๊บๆๆกร๊วมๆ มันสองตัวคู่รักจากนรก(นี่มันหลุดมาจากหนังเหรอเนี่ย -*-)นั่งจกกันไปดูหนังกันไป

เสียงเอฟเฟกท์ดังขึ้นมาพร้อมๆกับความลับในหนังก็เปิดเผย

โอ้....ช่างน่าประทับใจอะไรเช่นนี้ แต่ผมไม่ทันดูเพราะมัวแต่หันไปมองต้นเสียงว่ามันกินอะไรอีกวะ 

 

สมาธิในการดูหนังของผมมันก็เริ่มหายไปตั้งแต่มาม่าหมูสับซองแรกแล้วครับ

ผมรอฟังจนสองตัวนั่นกินเสร็จ

ผมก็คิดในใจ

มึงแด่กสองห่อคนละห่อก็คงอิ่ม เดี๋ยวมันคงหยุด

แน๊!!!!เหมือนมันทั้งคู่ได้ยินเสียงในใจผมครับ เสียงจกห่อมาม่าหายไป

พักไปซัก10นาทีคราวนี้ความสนใจผมไม่อยู