Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12.42 AM

 

 

 

 

 

สวัสดีครับ

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงกับเรื่องเขย่าขวัญสั่นประสาท

อันเนื่องจากอาการคันไม้คันมือหลังที่ได้อ่านเรื่องความเร้นลับต่างๆจากบ้านคนอื่นมาก็เยอะ

จนมีความต้องการอยากจะปล่อย"ของ"ออกมาเล่าสู่กันอ่านบ้าง

หลายๆท่านคงมีประสบการณ์ต่างๆในโรงหนังกันมาไม่มากก็น้อยนะครับ(ประสบการณ์อะไรของแก๊ -*-)

วันนี้ผมจะขอเล่าเรื่องประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผมไม่มีวันลืมมาเล่าให้อ่าน

เริ่มเลยนะครับ

 

 

ย้อนเวลาไปเมื่อสิบปีที่แล้วครั้งเมื่อผมจบใหม่ๆและได้คบหากับสาวต่างคณะนางหนึ่ง

ด้วยความที่เราทั้งสองชอบดูหนังกันมาก

ประกอบกับช่วงนั้นมีหนังรักโรแมนติกเทคนิคอลังการงานสร้างเรื่อง What Dreams May Come เข้าฉายพอดี

ตอนนั้นเข้าในโรงหนังอิมพีเรียลลาดพร้าวนะครับ(เชื่อยังว่าย้อนเวลาไปนานจริงๆ)

สำหรับท่านที่เคยชมคงทราบนะครับว่าเนื้อหาเป็นเช่นไร

ถ้าไม่ทราบ ผมจะเล่าให้อ่านคร่าวๆเพื่อประกอบกับเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปจะได้มองเห็นภาพไปพร้อมๆกัน

 

 

เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวสมบูรณ์แบบครอบครัวหนึ่ง โรบินวิลเลี่ยมเล่นเป็นพระเอกเรื่องนี้ครับ

เขาเล่นเป็นหมอ มีแม่บ้านที่สวยใจดี มีลูกชายและลูกสาวก็น่ารักน่าเอ็นดูทั้งคู่

ต่อมาได้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ลูกทั้งสองต้องจากไปก่อนวัยอันควร

ด้วยความใกล้ชิดและรักลูกมากทำให้ตัวแม่เกิดการกระทบกระเทือนทางจิตใจเสียใจอย่างรุนแรง

จนสติหลุดไปจากโลกแห่งความเป็นจริง จนพระเอกต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้วยความรักและการฟูมฟักดูแลด้วยความห่วงใยเอาใจใส่ นางเอกอาการก็ค่อยๆดีขึ้นจนเริ่มเป็นปกติแล้ว

 

แต่ผู้สร้างคงคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปหนังคงจบแต่ต้นเรื่องแน่

จึงสร้างเหตุการณ์ให้เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ขึ้น

ด้วยอาชีพและความเป็นคนดี พระเอกจึงออกจากรถไปช่วยผู้บาดเจ็บคนอื่นๆจนตัวเองต้องเสียชีวิตไป

จากนั้นพระเอกก็ขึ้นสวรรค์และหาทางกลับมาบอกเมียรักว่า ให้สู้ต่อไปนะเค้าจะอยู่เคียงข้างเธอเอง

แรกนั้นร่างกายและจิตใจนางเอกเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่กับต้องมาพบกับความสูญเสียอีกครั้งที่แสนสาหัส

ทำให้เธอไม่สามารถมีแรงอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว ถึงวิญญาณสามีรักจะบอกอย่างงั้นก็เหอะใครเล่าจะทนอยู่ต่อไปได้

เธอจึงฆ่าตัวตาย

ด้วยหลักศาสนาในเรื่องกฎแห่งกรรม การฆ่าตัวตายนับเป็นบาปขั้นร้ายแรง นางเอกจึงตกนรกขุมที่ลึกที่สุด

พระเอกรู้ดังนั้นจึงยอมสละความสุขสบายบนสวรรค์หนีลงไปในนรกเพื่ออยู่เคียงข้างคนที่ตนรัก

เนื้อหาคร่าวๆก็ประมาณนี้ครับแต่รายละเอียดของหนังเยอะกว่านี้มีฉากสวยๆและคำพูดดีๆให้จดจำมากมาย

แต่ที่ผมมาดูรู้เรื่องจริงๆก็เพราะไปซื้อดีวีดีมาชมอีกครั้ง

ที่ดูในโรงนั้นผมไม่สามารถมีสมาธิดูได้รู้เรื่องเลยส่วนเรื่องราวว่าทำไมผมดูไม่รู้เรื่องนั้นจะเป็นอย่างไร

ตามผมมาครับ ผมจะเล่าให้อ่านกัน

 

 

....

 

 

หลังจากที่ผมและเธอคนนั้นได้หย่อนก้นลงนั่งตามหมายเลขที่เราเลือกไว้แล้ว

วันนั้นคนไม่ค่อยเยอะครับอาจเพราะเป็นวันธรรมดาที่นั่งจึงโล่งพอสมควร

นั่งได้ไ่ม่นานหนังตัวอย่างเรื่องแล้วเรื่องเล่าก็ฉายไปจนหนังเริ่ม(เมื่อก่อนโฆษณาน้อยไม่เหมือนตอนนี้ครับ)

หนังดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้น ให้เราได้เห็นถึงครอบครัวอบอุ่นครอบครัวหนึ่งที่มีความรักให้แก่กันอย่างสุดซึ้ง

พ่อแม่ลูกในเรื่องช่างเป็นครอบครัวในอุดมคติมากครับ หนังปูให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผูกพันกันอย่างมาก

ผมคิดว่าคนดูท่านอื่นในโรงก็คงเริ่มอินและค่อยๆซึมซับบรรยากาศที่อบอวลด้วยรักได้เหมือนๆกัน

 

พลันเกิดอุบัติเหตุอันเป็นเหตุการณ์ที่คร่าชีวิตเด็กน่ารักทั้งสอง

บรรยากาศที่อบอุ่นซักครู่แปรเปลี่ยนเป็นความมืดหม่น

สีสันบวกอารมณ์ของหนังเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจกับบุคคลอันเป็นที่รักได้จากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า เหมือนกับว่าแอร์ในโรงหนังนั้นเย็นขึ้น

หรืออาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในหนังมันส่งผลให้อารมณ์คนที่ชมหดหู่ รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกจากใจที่ปวดร้าว

ความเย็นบวกความสิ้นหวังที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ผมรู้สึกถึงแรงสั่นจากคนข้างๆ (ไม่รู้ว่ากำลังสะอื้นหรือกำลังหัวเราะ)

 

ต่อมาเมื่อพระเอกรับรู้ถึงการจากไปของเมียรักว่าตอนนี้เธอได้ตกนรกขุมที่มืดมิดที่สุด

เขาได้ตัดสินใจหนีจากสวรรค์ยอมทิ้งทุกสิ่งอีกครั้งเพื่อตามให้เธอให้เจอ

เรื่องราวก็ดำเนินไปเรื่อยๆ สร้างอารมณ์คล้อยตามจนผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

เมื่อพระเอกได้ผ่านอุปสรรคนานัปการจนเจอผู้ที่ครอบครองหัวใจของเขาทั้งหมด ได้มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว

ด้วยความคิดถึงและห่วงใย โหยหากันอย่างสุดซึ้ง

อารมณ์ ณ ตอนนั้นประหนึ่งดังทำนบกั้นน้ำที่อัดอั้นมานานได้ทลายแหลกสลายลงต่อหน้า

พระเอกโผวิ่ง เข้....า ไ       ป..... ก.........อ.....

 

 

 

 

กร๊อบบบบบบบบแกร๊บๆ กร๊าบบบบบแกร๊กกกกกกกกกกกกก

 

 

 

 

เสียงเอฟเฟกท์ดังขึ้นถัดจากเก้าอี้เธอคนนั้นของผมพร้อมๆกับการสวมกอดของคู่รักที่โหยหาจากกันมาแสนนาน

พระเอกมองเมียรักด้วยสายตาสุดซึ้ง

พร้อมก้มลงจูบเธอด้วยความรักและเอ่ยคำพูดเบาๆว่....า  แกร๊บๆๆๆๆๆกรั่กๆๆๆๆ(เสียงเขย่าถุงนี่หว่าเฮ้ย)

ทันใดกลิ่นมาม่าหมูสับที่คุ้นเคยก็ลอยโชยมา

กรุ๊บบบบๆๆๆแก๊บบบๆๆๆๆกร๊วมๆๆๆ เสียงเอฟเฟกท์ข้างตัวเธอคนนั้นของผมดังเป็นระยะ

แทบไม่ต้องมองก็รู้ได้ครับว่ามันสองตัวกำลังจกมาม่ากินกันอยู่

ไม่เป็นไร.....หนังกำลังซึ้ง

อดทนทนดูต่อพร้อมเสียงกร๊วมๆๆๆที่ดังอยู่ไม่ห่าง

10นาทีผ่านไปเสียงเอฟเฟกท์ก็เงียบหายไป ผมก็โล่งอกจะได้มีสมาธิดูต่อซะที

 

ต่อมาเมื่อสองคนได้เจอกันแล้วต่างก็ช่วยกันคิดว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี

ที่นี่นรกนะไม่ใช่สยามซื้อของเสร็จเดินตัวเบาแล้วจะได้กลับบ้านได้

ทั้งสองก็อดทนสู้ผจญกับอุปสรรคต่างๆนาๆเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน

และแล้วหนังก็มีเซอร์ไพร์ซที่คนนำทางพระเอกลงนรกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน

หนังกำลังเฉลย คนนำทางกำลังจะเอ่ยปากบอกพระเอกว่าแท้จริงแล้วเราคือ....

 

 

 

กร๊อบบบบบบบบแกร๊บๆ กร๊าบบบบบแกร๊กกกกกกกกกกกกก

 

 

 

กร๊อบแกร๊บๆกุ่กๆๆกรั่กๆๆๆๆ ตามด้วยเสียงฉีกซอง ใส่เครื่องปรุงและเขย่าถุง

คนเราถ้าทำอะไรซ้ำๆกินอะไรซ้ำๆมันก็น่าเบื่อใช่ไหมครับ ผมเองก็เป็น ไอ้สองตัวข้างๆก็คงเหมือนกัน

คราวนี้มาทันทีเลยกลิ่นมาม่าต้มยำ

จำกลิ่นนี้ได้ รสนี้กินบ่อย(พวกมรึงหลงป่ามารึไงครับอดอยากซะขนาดนี้)

กรุบแกร๊บๆๆกร๊วมๆ มันสองตัวคู่รักจากนรก(นี่มันหลุดมาจากหนังเหรอเนี่ย -*-)นั่งจกกันไปดูหนังกันไป

เสียงเอฟเฟกท์ดังขึ้นมาพร้อมๆกับความลับในหนังก็เปิดเผย

โอ้....ช่างน่าประทับใจอะไรเช่นนี้ แต่ผมไม่ทันดูเพราะมัวแต่หันไปมองต้นเสียงว่ามันกินอะไรอีกวะ 

 

สมาธิในการดูหนังของผมมันก็เริ่มหายไปตั้งแต่มาม่าหมูสับซองแรกแล้วครับ

ผมรอฟังจนสองตัวนั่นกินเสร็จ

ผมก็คิดในใจ

มึงแด่กสองห่อคนละห่อก็คงอิ่ม เดี๋ยวมันคงหยุด

แน๊!!!!เหมือนมันทั้งคู่ได้ยินเสียงในใจผมครับ เสียงจกห่อมาม่าหายไป

พักไปซัก10นาทีคราวนี้ความสนใจผมไม่อยู่ตรงหน้าแล้วไปอยู่ที่ด้านข้างมากกว่า

 

 


กรุ๊บๆๆๆๆๆแกร๊กกๆๆๆๆๆแกร๊กกๆๆๆๆๆเอี๊ยดดดดดดดดอ๊าดดดดดดดดด

 

 

 

คราวนี้ไม่ต้องมองผมก็รู้ครับว่ามันกำลังก้มลงไปหยิบของในถุงกร๊อบแกร๊บบนพื้น(หูเริ่มเมพ)

 



แปร่กกกแป่กกกแคว๊กกกก
เสียงแกะห่อกระดาษ

 

 

แกร๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆก่องๆกรื้บบบบๆ เสียงดึงห่อพลาสติกออกจากกล่องกระดาษ

 

 

แคว๊กกกกแกร๊บๆ เสียงแกะห่อพลาสติก

 

 

ป๊อก!!!!!แจ๊บๆๆๆๆกร๊วมๆๆแจ๊บๆๆๆ อ้อ เสียงกัดป๊อกกี้นี่เอง

 

 

แจ๊บๆๆๆๆกร๊วมๆๆๆ อ๋อออออออ กลิ่นมาแล้ว รอตั้งนาน...ป๊อกกี้รสชอคโกแลตนี่เอง เก่งวุ้ยเรา

 

อ่า..... มาถึงตอนนี้ยังไงก็ต้องขอขอบคุณคู่รักนรกมากครับ

ที่ทำให้สัมผัสเรื่องกลิ่นของผมสูงสุดถึงขั้นเมพขริงๆภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

เพราะด้วยความใจจดใจจ่อทำให้ผมสามารถแยกแยะกลิ่นได้ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าป๊อกกี้มันก็มีกลิ่นนะเออ

พร้อมๆความสามารถพิเศษที่เราเพิ่งรับรู้ ความโรแมนติกของหนังหมดกันณ ตั้งแต่บัดนั้น

สมาธิไม่อยู่ที่หน้าจอ   ดูหนังไม่รู้เรื่องแล้ววุ้ย

ไอ้ผมทำอะไรไม่ได้ครับก็ได้แต่นั่งแช่งมันสองตัว


"ขอให้ป๊อกกี้แทงคอมึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ "

 

สุดท้ายพอหนังจบเธอคนนั้นของผมในอดีตกาลก็เดินน้ำตาคลอๆเพราะหนังซึ้ง

ส่วนเราหน้าเหมือนน้องหมาท้องผูก

ผมก็ถามเธอคนนั้นของผมว่า นี่รู้ไหมว่าข้างๆเธอเค้าทำอะไรกันบ้าง

เธอบอกไม่รู้เรื่องครับเพราะสมาธิเธอจดจ่ออยู่กับหนังไม่ได้สนใจคนข้างๆนิ(แน๊..หลอกด่ากรูอีกว่าสมาธิไม่ดี)

และที่ขาดไม่ได้และจำเป็นต้องทำอย่างยิ่งคือเดินไปมองหน้าไอ้คู่รักนรกสองตัวนั้น

แต่มันก็ทำหน้าเหมือนน้องหมาฉงนสวนมองกลับมาประมาณว่า"พี่มองกรูทำไมคะ"

ก็ได้แต่ทำใจครับสองคนนั้นคงไม่รู้จริงๆ

ถ้าเราใจกล้าหน่อยนะตอนนั้นคงเดินไปถามว่า" มาม่าอร่อยไม๊ รับซาลาเปาเพิ่มไม๊ครับ ไอ้แสดดดด"

 

 

 

 

 

 

 

ปล.หากใครที่อ่านแล้วระลึกชาติได้ว่าเคยกินมาม่าสองห่อกับป๊อกกี้ 1 กล่องในโรงหนังอิมพีเรียลลาดพร้าว

โปรดทราบว่า ...ผมให้อภัยหมดทุกสิ่งแล้วครับ

และขอเตือนก่อนกินมาม่าให้อ่านฉลากข้างซองห้ามกินเกินวันละ 2ห่ออาจเกิดอันตรายแก่ชีวิตได้

และที่สำคัญที่สุด "กรุณาอย่าแ..กมาม่าในโรงหนัง กรูดูหนังไม่รู้เรื่อง กรูหิวว"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

 

เอารูปหนังให้ดูซะหน่อยเดี๋ยวจะจำกันไม่ได้ครับ

 

 

 

 

 

edit @ 5 Aug 2009 00:40:09 by k_i

edit @ 5 Aug 2009 00:45:12 by k_i

edit @ 5 Aug 2009 00:59:33 by k_i

edit @ 5 Aug 2009 01:12:40 by k_i

edit @ 5 Aug 2009 04:40:56 by k_i

edit @ 6 Aug 2009 01:24:40 by k_i

edit @ 6 Aug 2009 04:43:17 by k_i

Comment

Comment:

Tweet

หิวขึ้นมาเลยทีเดียว question

#29 By Duplicator (58.136.98.140) on 2010-10-30 04:34

55555

#28 By ★+TIARIN ~..* on 2010-10-01 23:13

ป๊อกกี้ แทง คอ มึง

อรั๊ง

ผีมาม่าน่ากลัวเชียววุ๊ย ฮา

#27 By Th€_SwEeT_MaDoNnA on 2010-04-25 14:27

นึกว่าจะมีผีในโรงหนัง 555
อ่านละชอบมากเลยค่า

#26 By U on 2009-10-09 01:36

ฮ่าๆๆ ผมว่าเสียงกินมันฝรั่งก็ใช่ย่อยนะ ฮ่าๆๆๆ

#25 By remmurd6 on 2009-09-22 15:54

แวะมาตอบ ตอน 2

#11 ขอบคุณครับ Base from true story เลยนะเนี่ย

#12 ถีบไม่ทันสิครับ แต่ถ้าถีบจริงก็กลัวโดนสวนเหมือนกัน ^ ^"

#13 ต้องซูฮกเธอจริงๆครับคงจริงๆเธอนั่งหลับหวา...ฮ่าๆ

#14 โอ้ว์ ถ้าเป็นมาม่าคัพ ต้องมีเสียงสูดเส้นกับซดน้ำแน่เลยครับ คิดแล้วเห็นภาพเลย

#15 ไอเดียดีครับ ผมจองคนแรกเลย(แล้วจะดูหนังรู้เรื่องไม๊)

#16 สารภาพผิดเถอะครับผมให้อภัยหมดแล้ว คนนี้นี่เอง -*- ว่าแต่กลัวผีเอามือปิดแล้วจะไปดูทำไมครับ อันนี้อยากรู้

#17 โ้ ใจกับหน้าไม่แกร่งพอครับคุณน้อง ว่าแต่แพ็กนึงเลยรึกะกินชั่วลูกชั่วหลานเลยรึไง ฮ่าๆ

#18 หลังๆเลยมาดูที่บ้านนี่ไงครับ สบายใจดี

#19 เอ่อ....งั้นเลยนะ

#20 คนที่ 3 ตกลงวันนั้นมีสามคนที่นั่งกินในโรงเหรอครับเนี่ย ตรูจะบร้าา ไม่เป็นไร แช่งไปเยอะแล้ว

#21 ฮ่าๆประเภทผู้กำกับเดี่ยววันหลังจะเล่าให้อ่านอีกตอนนึง อันนี้ก็มันส์มาก ผมก็ลุ้นนะครับตอนฟังเสียงมันกินเนี่ยว่ามันจะเอาอะไรมากินอีกเนี่ย

#22 ฮ่าๆแต่แม่ผมห้ามไม่ให้กินมาม่าไม่กรอบเพราะมันจะเหม็นหืน(เกี่ยวไม๊เนี่ย)

#24 By k_i on 2009-08-05 21:11

แวะมาตอบครับ

#1 5555 ทำขำไปแช่งจริงนะนั่น

#2 ขอไม่ได้ครับนั่งห่างกันเธอคนนั้นนั่งขวางอยู่ 55

#3 ฮ่าๆจริงๆเป็นมุขตบท้ายครับไม่หิวหรอก แค้นมันสองตัวมากกว่า ว่าแต่มาม่าเป็นหนังสด......อือมมมม อืมม

#4 เท่าที่อ่านคร่าวๆมีคนยอมรับหลายคนแล้วนะเนี่ย หึหึ

#5 ไม่แน่นะครับบางคนอาจไม่ชอบก็ได้ เรื่องรสนิยมพุดกันยาก

#6 ฮ่าๆแวะไปตอบแล้วครับ

#7 ตัวการโผล่มาแล้ว คนนี้นี่เอง ฉายนานแล้วครับผมดูเมื่อ 10 ปีก่อนไง เอ๊ะ สงสัยแอบมาอ่านแต่ตอนจบแหงเลย -*-

#8 เสียงอะไรที่นอกจากหนังมันน่าหงุดหงิดทั้งนั้นครับ ว่าไหมครับ

#9 เค้าไม่คิดหรอกครับเค้าไม่ได้เอาสมองมาด้วยเอามาแต่มือกับปากไว้เคี้ยว ฮ่าๆ

#10 อ่ะ แน่นอน (สงสัยต่อไปตั้งชื่ออะไรไว้คงไม่มีใครเชื่อแล้วนะเนี่ย T T)

#23 By k_i on 2009-08-05 21:02

กระชากอารมณ์ได้ดีจังค่ะ

เล่าเรื่องเห็นภาพเหมือนได้นั่งอยู่ในโรงหนังด้วยเลย

แต่ที่แน่ๆ ไม่เคยกินมาม่าในโรงหนังแน่นอนค่ะ

แม่ห้ามไม่ให้กินมาม่ากรอบ 555confused smile

#22 By รองเท้าแก้ว on 2009-08-05 19:48

เคยแต่เจอพวกพากย์หนัง แบบว่าผู้กำกับมาเอง -*-

อ่านแล้วลุ้นเลยนะคะเนี่ย นึกว่าประสบการณ์สยอง
นี่ยังดีนะคะ มาม่าแบบแห้ง ถ้าต้มเรียบร้อยแล้ว รับรอง
ทั้งกลิ่น และเสียงซดน้ำคงสะใจกว่านี้เยอะ

#21 By TtAaNnGg on 2009-08-05 19:07

............โห..........เกินคำบรรยาย ไอเดียสุดบรรเจิด อลังการงานสร้าง..........Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! สองคนนั่นกระเพาะทำด้วยอะไรอ่ะ เหล็กจิงๆ ตอนแรกนึกว่าน่ากลัวแน่ๆๆๆๆๆๆ แต่.......โอ้มีอึ้ง......
ปล.เราว่าเราเคยไปดู what dream may come แล้วไปนั่งจกมาม่าที่อิมพีเรียลนะ.แต่สงสัยคนละวัน วันนั้นขากลับต้องไปหาหมอเพราะ ป๊อกกี้แทงคอ....

#20 By Praab on 2009-08-05 18:19

หิวขึ้นมาเลยทีเดียวsad smile

#19 By ริมปิง on 2009-08-05 18:04

ผมว่าดูที่บ้านเหอะคับ confused smile confused smile

#18 By stylish on 2009-08-05 17:46

คราวหลังก็พกเข้าไปสักแพ็คนึงเลยค่ะ


จะได้ไปก่อเวรก่อกรรมกะคนอื่นต่อ 55+

#17 By *REENNY* on 2009-08-05 17:36

อ้าว จบเลย ตรง กรูหิวนี่แหล่ะ 555

สถานที่เกิดเหตุและเวลาใกล้เคียงกับที่เราใช้ชีวิตอยู่เลยนะ

แต่สาบานได้ว่าไม่ใช่เราน้า ร้อนตัว ร้อนตัวsad smile sad smile

รู้เลยว่าแก่ เราจบมาแค่ 9 ปีเอง ( น้อยกว่าหน่อย )

บ้านอยู่ ลาดพร้าว 101 ( เห็นมั๊ย ใกล้เคียงสถานที่เกิดเหตุ แต่ไม่ใช่เราจริง ๆ น้า )

เรากินแต่ป๊อบคอร์นง่ะ

ช่วงหลัง ๆ ดูหนังแล้วหลับบ่อย แฟนเรามันเลยเช่ามาดูดีกว่า ถ้าหลับก็ตื่นมาดูใหม่ได้ 555

จำได้ว่าเรื่องสุดท้ายที่เข้าโรงหนังคือ the eye กลัวมาก ก ก

เราเอาหูฟังเสียบฟังเพลงดังมาก กลัวได้ยินเสียงผี คาดว่าคนข้าง ๆ คงได้ยินแน่ ๆ

แล้วก็เอามือปิดหน้า แล้วมองลอดนิ้วเอา

หลังจากนั้น ไอ้อ้วนคนนั้นมันไม่พาเราไปดูหนังในโรงหนังอีกเลย

หลังจาก

#16 By memorable on 2009-08-05 14:53

จัดบุฟเฟ่ต์ในโรงหนังซะเลยดีม๊ะเนี่ย sad smile

#15 By ~NuDeE~ on 2009-08-05 14:12

น่าน..เจอผีมาม่าเข้าไป

ถ้าเป็นมาม่าคัพ จะลดเสียงไป แต่เพิ่มกลิ่นมากกว่าเดิม cry

เอนทรี่นี้ edit ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเกือบตีห้าเลยทีเดียว sad smile

#14 By icicle on 2009-08-05 12:39

ผมว่าคนที่เข้าโรงหนังบ่อยๆต้องเคยเจอเหตุการณ์ประัมาณนี้อยู่แล้วครับ ทั้งพูดกันทั้งเรื่อง ถอดรองเท้ากลิ่นโฉย (อันนี้เ_ี้ยมากเลยครับ) ซึ่งไอ้ตัวเรามันก็คนไม่ค่อยมีปากมีเสียงก็เลยต้องทนๆกันไป

ซูฮกแฟนนะครับสมาธิดีจริงๆ

ส่วนหนังที่ดูนานมากแล้วครับ จำความรู้สึกอะไรไม่ค่อยได้แล้ว แต่จำได้ว่าเป็นหนังดีเรื่องหนึ่งเลย (แม้ว่าจะดำเนินเรื่องช้าไปหน่อย)

"ขอให้ป๊อกกี้แทงคอมึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ " ขอจำไปให้บ้าง 555+

#13 By Seam - C on 2009-08-05 11:27

กระโดดถีบผีมาม่า

คงไม่ผิดกฎหมายหรอกครับ...sad smile
5555+

เห็นใจค่ะ แต่เล่าได้แบบขำมากอ่ะ :)

#11 By easygirl.iam on 2009-08-05 09:53

อุตสาเอามานั่งอ่านตอนเช้า
-*-

จบยังงี้ซะงั้น

ทำรูปน่ากลัว
ล่อลวงนี่น่า

#10 By ★ K T I G on 2009-08-05 09:12

สงสัยคนพวกนี้เพิ่งหลุดออกมาจากป่าจริงๆsad smile
ปกติในโรงหนัง คนดูก็เงียบอยู่แล้ว
มาทำเสียงดังแบบนี้เค้าก็ไม่อายเนอะ
เค้าคิดยังไงกัน? 555+

#9 By 1000 miles on 2009-08-05 08:51

ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ แต่เสียอารมณ์จริง ๆไอ้เสียงกรอบ แกรบเนี่ย

#8 By ฺBear-killer on 2009-08-05 08:46

ขอโทษค่ะ..เรากินเองคือมันหิว.. (แฮะๆ ล้อเล่น)

ได้ดูเหมือนกันค่ะ สีสรรค์สดใสมาก โดยเฉพาะฉากสวรรค์ที่มีแต่อะไรสวยๆงามๆเว่อๆ กราฟฟิคชั้นยอด แต่ว่าหนังเรื่องนี้ฉายนานมากแล้วนี่คะ
ขอบคุณที่ชอบค่ะ 555

ชอบภาษาหยาบคายหรอ:P

#6 By [Violence_Vile] on 2009-08-05 04:44

อ่า..หักมุม


What Dreams May Come
ผมมีVCDเก็บไว้เลย เป็นหนังที่ใครดูแล้วไม่ประทับใจ
แสดงว่าคุณผิดไม่ปกติแล้วcry
เริ่มซะน่ากลัวเชียวนะค๊ะ พี่กิ้ว~

รูปก็นะ น่ากลัวซะเหลือเกิน...

พอมาถึงตอนจบนี่! สุดยอดเจงๆ ฮ่าๆ

"ใครกินม่าม่าในโรงหนัง แสดงตัวด่วนๆ"

confused smile

#4 By saii (118.174.101.109) on 2009-08-05 02:35

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

โถ โถ โถ.. น่าสงสาร (กลับจากโรงหนังเสร็จ กลับบ้านไปเปิดซองกินเลยชิไหม๊หล้าาาาาquestion
-หนังสด(มาม่า จัดว่าเป็นหนังสด)sad smile
-ว่าแต่ทำไปได้เนอะsad smile กินมาม่าในโรงหนัง(ช่างกล้า)

ปล.What Dreams May Come(ภาพสวยมาก แต่ละฉาก แต่ละสี สุดยอด เชื่อไหมว่าดูในโรง 2 รอบ *ไม่นับดูแผ่น ชอบ...big smile

#3 By freeda on 2009-08-05 01:10

5555+++
ผีมาม่า.......เขียนซะตื่นเต้นเชียว ไอ้เราก็ลุ้นซะ
คราวหลังขอกินกะเค้าด้วยเลยนะคะ จะได้ไม่กังวล

5555
confused smile

#2 By Pat's Song on 2009-08-05 00:52

"ขอให้ป๊อกกี้แทงคอมึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ "


555555555555

cry

#1 By binkybear on 2009-08-05 00:43